Artega Automobile Models 2

Artega Automobile Models 2 จากในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมกันกับรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่เป็นรถยนต์คูเป่สปอร์ตที่ทางแบรนด์อาร์เตกาได้ทำออกมาในรูปแบบห้องโดยสารสองที่นั่ง

และเป็นรถยนต์ที่ทำออกมาในรูปแบบที่แข็งแรงทนทานแน่นอน เพราะทางแบรนด์ได้ใช้ อะลูมิเนียมสเปซเฟรมและยังมีการเสริมคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวของ อาร์เตกา จีที

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของรถยนต์รุ่นไหนและรุ่นนั้นจะน่าสนใจมากแค่ไหน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 2

Artega Automobile Models 2 รถยนต์แต่ละรุ่นของอาร์เตกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น เอสอี

ในรถยนต์ที่แบรนด์อาร์เตกาทำออกมาในรุ่น เอสอี นั้นเป็นรุ่นที่มีต้นแบบมาจากรุ่น อาร์เตกา จีที แต่ที่แตกต่างกันน่าจะมีอยู่พอสมควร อย่างเรื่องของโครงรถที่ทางแบรนด์ยังคงใช้วัสดุเป็น อะลูมิเนียมแบบสเปซเฟรม อยู่

แต่ในตัวถังจะแตกต่างจากรุ่น จีที ที่มีการเสริม คาร์บอนไฟเบอร์ เข้าไป แต่เอสอีใช้เป็นตัวถังแบบพื้นฐานเท่านั้น แต่ในรถยนต์รุ่นเอสอีมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนที่ใส่มาคู่หนึ่ง

และมีกำลังมากถึง 375 แรงม้า ในรุ่นเอสอีนั้นใช้เป็นรถยนตืที่ใช้ไฟฟ้าและจะมีการเก็บพลังงานไว้ใช้งานในแบตเตอรี่ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีและมีน้ำหนักเพียง 310 กิโลกรัม

และสามารถที่จะเก็บไฟที่จะนำไปใช้ได้ถึง 37 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในรถยนต์รุ่น เอสอี จะมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นต้นแบบอย่าง จีที และรุ่นนี้มีน้ำหนักถึง 1.4 กิโลกรัม

แต่ในรุ่นเอสอีนั้นสามารถที่จะทำความเร็วได้มากกว่าอยู่ประมาณหนึ่ง รุ่นเอสอีสามารถทำความเร็วได้อยู่ที่ 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ในความเร็วนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนที่อยู่หลังพวงมาลัยด้วย และทางแบรนด์ได้ออกมาบอกราคาอยู่ที่ 212,500 ดอลลาร์ หรือ 150,000 ยูโร

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น สกาโล

ในช่วงปีค.ศ.2015 ที่ในงาน งานแฟรงค์เฟิร์ตออโต้โชว์ ทางแบรนด์ อาร์เตกา ได้มีการนำเอารถยนต์รุ่น สกาโล ออกมาโชว์ รถยนต์รุ่นสกาโลเป็นรุ่นที่มีการนำเอารถยนต์รุ่น เอสอี มาทำใหม่

และทางแบรนด์ อาร์เตกา ได้บอกว่าเป็นการส่งต่อรุ่นจีทีจากรุ่นสู่รุ่น และรถรุ่นสกาโลยังมีการใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนเดิม แต่ในรุ่นสกาโลจะใช้กำลังจะมอเตอร์ที่มีชื่อว่า โวลตาบ็อกซ์ ที่ทางแบรนด์ในใส่มาให้ถึงสองตัวด้วยกัน

และทำให้รุ่นสกาโลสามารถวิ่งได้มากถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่นเคยว่าแบตเตอรี่ที่ทางแบรนด์ได้ทำการใส่มาต้องทำการระบายความร้อนได้ดี

เช่นเคยในรุ่นสกาโลเหมือนกับเอสอีที่สามารถเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 37 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง แต่ในรุ่นสกาโลจะมีลิเธียมไอออนที่มีการเก็บและพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และที่มาของชื่อรุ่นนี้ก็มาจากม้าแข่ง

บทความโดย จีคลับ

Artega Automobile Models

Artega Automobile Models หลังจากที่ได้ไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมันนีอย่าง อาร์เตกา ออโต้โมบิวส์ ทางแบรนด์ได้มีการร่วมมือกันกับแบรนด์โทรโนโลยีอย่าง บริษัทพารากอน

ที่ได้เข้ามาช่วยทำเกี่ยวกับระบบของรถแต่ละรุ่น อย่างรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่ได้ออกมาโชว์ครั้งแรกที่งาน แฟรงก์เฟิร์ต ออโต้โชว์ 2007 ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์อาร์เตกา

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันกับรถยนต์แต่ละรุ่นของแบรนด์นี้กันว่าจะเป็นยังไง เอาหละไปชมกันได้เลย

Artega Automobile Models

Artega Automobile Models รถยนต์แต่ละรุ่นของอาร์เตกา

เรื่องราวของ อาร์เตกา จีที

รถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่เป็นรถยนต์ที่ทำออกมาในรูปแบบ คูเป้ ฮาร์ดท็อป ที่จะเป็นรถยนต์ที่มีเพียงสองที่นั่ง และส่วนของเครื่องยนต์นั้นถูกนำเอาไปวางหลัง และมีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

ตัวรถยนต์รุ่นนี้ทำมาจากอะลูมิเนียมสเปซเฟรม และยังมีการเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ที่ตัวถังด้วย และยังมีเรื่องของระบบกันสะเทือนที่มาพร้อมกันกับหน้าและหลังในแบบ เอร์อาร์ส

และยังมีการออกแบบมาให้ไม่เท่ากันและมีแดมเปอร์คอยล์โอเวอร์ด้วย ทางด้าน ฮาร์ดี้ เอสเซ่ ที่เคยเป็นพนักงานของทางแบรนด์ปอร์เช่ ได้เข้ามาออกแบบเครื่องกลของรถยนต์รุ่นนี้

และยังมี เฮนริก ฟิสเกอร์ ที่เคยเป็นคนที่ออกแบบ แอสตัน มาร์ติน ดีบี 9 ได้มาช่วยในการออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ มาถึงเรื่องเครื่องยนต์ที่ได้ใช้เครื่องของ โฟล์คสวาเก้น วีอาร์ 6 ที่มีขนาดอยู่ที่ 3598 ซีซี

ที่เป็นแบบหัวฉีดที่ยิงตรง แน่นอนว่ารุ่นจีทีคนส่วนมากรู้จักกันว่าต้องเป็นรุ่นสปอร์ต และเครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ได้ถูกวางไว้ข้างหลังคนขับที่วางขวางไว้ด้านหลัง และมีแรงม้าถึง 300 แรงม้า

Artega Automobile Models

เวลาใช้งานกำลังของเครื่องยนต์จะถูกนำผ่านทรานแซกซ์ ที่เป็น โฟล์คสวาเก้น ดีเอสจี ที่มาถึง 6 สปีด และรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที น้ำหนักของรถยนต์เปล่าๆนั้นมีน้ำหนักเพีบงแค่ 1.1 กิโลกรัม

ทางแบรนด์อาร์เตกาได้ออกมาบอกว่ารถยนต์รุ่นจีทีสามารถทำความเร็วจาก 0-100 โดยใช้เวลาน้อยกว่า 5 วินาทีแน่นอน และความเร็วสูงสุดที่อาร์เตกา จีทีสามารถทำได้จะอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สุดท้ายที่ประเทศเยอรมันนีรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีทีขายอยู่ที่ 1.04 แสนดอลลาร์ หรือ 74948 ยูโร ราคานี้รวมภาษีแล้วแต่เป็นที่เยอรมันนะครับ ในตอนหน้าเราจะพาไปชมกันกับรถยนต์รุ่นอื่นๆของแบรนด์กันต่อ

บทความโดย ufabet1688

Artega Automobile

Artega Automobile หลังจากที่เราได้พาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์อย่าง อิสเดรา ที่เป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมันนีที่มีความเป็นสปอร์ตและน่าใช้งานมาก

แต่แบรนด์นี้มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ ในแต่ละปีนั้นแบรนด์อิสเดราจะขายรถไปเพียงแค่ 70 คันเท่านั่น และยังมีการนำเอารถยนต์แบรนด์นี้ไปไว้ในเกมส์แข่งรถชื่อดังอย่าง นีดฟอร์สปีด 2 ด้วย

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์รถยนต์อิสเดรา ในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกันกับแบรนด์ที่มาให่ได้ไม่นาน แต่น่าสนใจและน่าซื้อมาใช้งานมาก เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile

Artega Automobile แบรนด์รถยนต์มาใหม่น่าสนใจ

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติของแบรนด์อาร์เตกาออโต้โมบิวส์

แบรนด์รถยนต์สัญชาติเยอรมันนีอย่างอาร์เตกาออโต้โมบิวส์นี้นั่นเริ่มสร้างบริษัทขึ้นในโดย เคลาส์ ดีเทอร์ เฟรส ก่อนหน้านี่เขาเป็นวิศวกรให้กับทางบริษัท เออีจี-เทเรฟรานเกอร์

หลังจากนั่นเคลาส์ ดีเทอร์ เฟรสก็ได้ออกจากบริษัทนี้และไปทำงานที่ นิกซ์ดอร์ฟ คอมพิวเตอร์ ในหน้าที่คนดูแลการผลิต ในช่วงปีพ.ศ.2526-2530 และเขาก็ได้มาสร้างบริษัท พารากอน อิเล็กทรอนิกส์ จีเอ็มบีเอช

บริษัทพารากอนนั่นที่มีความรู้เกี่ยวกับระบบการควบคุม และ โมดูลอิเล็กทรอนิกส์ และยังมีระบบการแสดงผลของรถยนต์ด้วย และเคลาส์ ดีเทอร์ เฟรสเขายังเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางบริษัท โวลตาบอกซ์ ดอยต์แลนด์ จีเอ็มบีเอช

และหลังจากที่เฟรสได้ไปสัมผัสกับเรื่องของรถยนต์อยู่สักพักเขาก็ได้สร้างบริษัทอาร์เตกาออโต้โมบิวส์และในปีค.ศ.2006 มันเฟรด กาต้า ชาวเยอรมันที่มีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาบริษัทได้บอกชื่อนี้กับ เฟรส

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

หลังจากก่อตั้งขึ้นทางแบรนด์ก็ได้มีการทำรถยนต์รุ่นแรกออกมาในรูปแบบของ รถสปอร์ต ที่มีชื่อว่า อาร์เตกา จีที ทางแบรนด์ได้เอารถยนต์รุ่นนี้ออกมาเปิดตัวที่งาน แฟรงก์เฟิร์ต ออโต้โชว์ 2007 รถรุ่นนี้ที่ทางแบรนด์ทำออกมานั่นไม่มีเครื่องยนต์

งงกันใช่มั้ยละครับ และรถรุ่นอาร์เตกาจีทีรุ่นที่พร้อมจำหน่ายได้ไปโชว์ในงาน เจนีวา ออโต้โชว์ และหลังจากนั้นหนึ่งปีแบรนด์ได้มีการใช้ชื่อรุ่นว่า อินโทร 2008 ที่เป็นรุ่นพิเศษ

และได้เริ่มที่จะทำการผลิตในช่วงปีพ.ศ.2552 ในงานสัมภาษณ์ในปีพ.ศ.2551 ทางคาร์ล-ไฮนซ์ คัลบ์เฟลได้บอกว่ารถรุ่นต่อไปที่จะทำขึ้นั้นน่าจะเป็นรุ่นที่ชื่อว่า ซอฟท์ท็อป และจะทำออกมาในรูปแบบเครื่องยนต์ 4 สูบ

บทความโดย จีคลับ

Isdera

Isdera หลังจากที่เราได้ไปชมกันกับแบรนด์รถสปอร์ตอย่างแบรนด์ อพอลโล ออโต้โมบิวส์ และยังเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำออกมาได้มีเอกลักษณ์มาก ดุดันและรวดเร็ว

แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นแบรนด์ที่เป็นไปได้กด้วยดีแต่ทางแบรนด์ก็เคยยื่นล้มละลายมาแล้วด้วย แต่บอกได้เลยว่ารถแต่ละรุ่นของแบรนด์แรงม้าใส่มาสุด ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์ อพอลโล ออโต้โมบิวส์

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันกับอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจอย่างแบรนด์ อิสเดรา แบรนด์จะมีประวัติยังไงเอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Isdera

Isdera แบรนด์รถยนต์สปอร์ตจากทางเยอรมันนี

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติของแบรนด์รถยนต์อิสเดรา

รถยนต์คันแรกของทางแบรนด์อิสเดรานั้นเป็นรถยนต์ที่ออกแบบโดย เอเบอร์ฮาร์ท ชูลซ์ ที่มีการเปิดตัวในช่วงปีค.ศ.1969 ที่จะมีชื่อว่า อินระเทอะ จีทีอี ต่อมาในช่วงปีค.ศ.1978 แบรนด์  เมอร์เซเดส-เบนซ์

ได้ออกรุ่น ซีดับเบิ้ลยู 311 คอนเซพท์ คาร์ ที่ออกแบบโดย ชูลซ์ และได้ทางบริษัทบีแอนด์บีเข้ามาช่วยด้วย ทางแบรนด์อิสเดราถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงปีค.ศ.1982 ที่อยู่ในประเทศเยอรมันนี ในเมือง ลีออนเบิร์ก

และผลิตรถยนต์ออกมาครั้งแรกก็คือ สไปเดอร์ 033 และยังมีรถยนต์รุ่นอื่นๆอีกอย่างเช่น อิสเดรา อิมเพอเรเตอร์ 108 ไอ 1984 และ 1985 สไปเดอร์ 033-19 1987 สไปเดอร์ 036 ไอ

รถยนต์เหล่านี้ได้นำเอาไปเปิดตัวที่ในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ที่จัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาในปีค.ศ.1993 ทางแบรนด์อิสเดราได้มีการทำ คาร์แมนดาทร์อท 112 ไอ ที่มีน้ำหนักของรถอยู่ที่ 1.45 พันกิโลกรัม

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Isdera

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 ในเวลา 4 วินาที และสามารถที่จะทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 342 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถยนต์รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ 6.0 แอลวี 12 ที่เป็นเครื่องลักษณะวางกลาง

และแรงม้าอยู่ที่ 402 และเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดาแต่เป็น 6 สปีด รถยนต์รุ่นนี้จะไม่เหมือนกับรุ่นไหนๆ อย่างเช่น ประตูที่มีการใส่เป็นประตูปีกนก  แชสซีอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะตอบสนองได้ไวมาก

และเบรกลมที่เป็นระบบ อัตโนมัติ 112 ไอ และรถยนต์นี้ยังเคยถูกเอาเข้าไปไว้ในเกมส์ชื่อดังอย่าง นีดฟอร์สปีด 2 ด้วย ทางแบรนด์อิสเดราสามารถขายรถยนต์ได้ประมาณ 70 คันในช่วงปีพ.ศ.2536

และแผนนี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับของทางแบรนด์ เรื่องราวของแบรนด์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ติดตามต่อได้ในตอนหน้า จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรของแบรนด์

บทความโดย ufabet1688

Apollo Automobil 2

Apollo Automobil 2 หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมกันกับประวัติของแบรนด์ อพอลโล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะทำรถสปอร์ตที่ไม่เหมือนกับแบรนด์ไหน

และแบรนด์อพอลโลยังมีการใช้เทคโนโลยีใหม่และเทคนิคการสร้างที่ดี และแบรนด์อพอลโลยังมีการส่งรถไปแข่งขันอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์อพอลโล

ในวันนี้เราจะพาไปต่อกันกับประวัติและเรื่องราวการแข่งขันของแบรนด์อพอลโล เอาหละหากพร้อมกันแล้วละก็ไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil 2

Apollo Automobil 2 เรื่องราวของแบรนด์รถสปอร์ต

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์อพอลโลออโต้โมบิวส์ 2

ต่อจากตอนที่แล้วทางแบรนด์ได้มีแผนในช่วงปีค.ศ.2011 ที่ทางแบรนด์ได้คิดที่จะทำรถในแนวคิดที่ว่า คาร์โรซเซอเรีย ทัวริ่ง ซุปเปอร์เลเกรา เดอะ กัมเปอร์ เทอะลอเท่ส์

แต่รถก็ไม่ถูกผลิตออกมาสักที ต่อมาในช่วงสิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางแบรนด์ได้มีปัญหาและได้ทำการยื่นล้มละลาย เป็นเพราะว่าทางด้านผู้สนับสนุนนั้นไม่มีเข้ามา และไม่มีใครสามารถให้ทุนได้

ในช่วงมกราคม พ.ศ. 2559 ทางบริษัทของแบรนด์ก็ได้ถูกซื้อต่อไปโดย บริษัทไอเดียลทีมเวนเจอร์ของฮ่องกง และเจ้าของแบรนด์ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ เดอ โทมาโซ อีกด้วย

ตอนซื้อไปก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อทันทีเป็น อพอลโลออโต้โมบิวส์ จีเอ็มดีเอช ต่อมาในช่วงมีนาคม ปีพ.ศ.2559 ในงานงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ทางแบรนด์ได้มีการนำรถสปอร์ตมาเปิดตัวนั้นก็คือรุ่น แอร์โรว์

เป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ใส่เครื่องยนต์ วี 8 เทอร์โบคู่ขนาด 4 ลิตร ของเหล่านี้ทำให้รถมีกำลังถึง 986 แรงม้า และรถสปอร์ตแอร์โรว์ยังสามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียงแค่ 2.9 วินาที

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และรถแอร์โรว์ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ.2559 ทางแบรนด์ได้มีการพูดถึงเจ้าของเก่าอย่าง โรแลนด์ กัมเพิร์ต ว่าเขาได้ได้มีส่วนช่วยเหลือใดๆกับแบรนด์

และไม่ได้ช่วยคิดหรือสร้างอะไรต่างๆ และในตอนนั้นทางแบรนด์ยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีชื่อว่า ไททัน ในงาน กู๊ดวู้ด เฟสติวัล และต่อมาในช่วงมิถุนายน ปีพ.ศ.2560 รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า อินเทิลซ่าร์ อีโมซีโรนิกส์

และสปอร์ตรุ่นนี้ใส่เครื่องยนต์ วี 12 ที่มีขนาด 6.3 ลิตร เพราะว่าผู้พัฒนาได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และยังมีธรรมชาติอีกอย่างคือ แมลง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาทำเป็นตัวรถ

บทความโดย จีคลับ

Apollo Automobil

Apollo Automobil หลังจากเราได้พาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์ที่มีความสวยงามและน่าใช้งานกับแบรนด์วีสมานน์ วีสมานน์เป็นแบรนด์รถยนต์ที่น่าใช้งานมากแบรนด์หนึ่ง

และในตอนที่แล้วเราจะเห็นว่าวีสมานน์แต่ละรุ่นก็จะมีความต่างกันออกไป และยังมีแผนที่จะกลับมาตีตลาดอีกครั้ง ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก วีสมานน์โมเดล

ในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์และความสวยงามไม่เหมือนใคร เอาหละหากพร้อมที่จะไปรู้จักกันแล้ว ไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil

Apollo Automobil แบรนด์รถสปอร์ตที่มีความน่าใช้งานสูง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์อพอลโลออโต้โมบิวส์

เรื่องราวของอพอลโลออโต้โมบิวส์นั้นต้องเริ่มที่ในช่วงปีพ.ศ.2544 โรแลนด์ กัมเพิร์ต ได้มีความคิดที่จะทำรถสปอร์ตที่ไม่เหมือนใคร ที่สามารถเอาลงสนามแข่งได้ และยังขับได้อย่างถูกกฎหมายด้วย โรแลนด์ กัมเพิร์ต

ได้เดินทางกลับไปที่ประเทศเยอรมันหลังจากไปอยู่ที่ประเทศจีน ในช่วงปีพ.ศ.2544 เพื่อนของกัมเพิร์ตที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันที่อาวดี้ และเขาเป็นคนที่สร้างบริษัท เอ็มทีเอ็ม และโรแลนด์ เมเยอร์ได้ขอให้พวกเขามาช่วย

เพื่อที่จะทำรถสปอร์ตที่มีต้นแบบมาจากรถอาวดี้ และได้ตกลงให้โรแลนด์ กัมเพิร์ตเข้ามาทำได้ แต่รถสปอร์ตที่ทำออกมานั้นต้องเป็นรถรุ่นใหม่และเป็นรถของที่นั้นไป

แบรนด์นี้ได้สร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ.2547 โดยใช้ชื่อว่า จีเอ็มจี ตอนนั้นได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องข้อเทคนิคใหม่ และทางด้านมาร์โค วาเนตต้า คนที่ออกแบบรถให้กับแบรนด์

เเละมาร์โค วาเนตต้าสามารถที่จะทำให้เสร็จและรถของ กัมเพิร์ต และถูกผลิตในปีค.ศ.2002 กัมเพิร์ตได้ออกแบบและเรียนรู้เรื่องต่างๆจนทำให้แบรนด์กลายมาเป็นชื่อ อพอลโล

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และทางแบรนด์ได้มีการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิค และมหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์ ได้มีการวางแบบแผนและสร้างขึ้นเป็นแบบจำลอง จะมีเรื่องของการทดสอบระบบของลมต่างๆ

และในการที่มีคนมาช่วยหลายคนทำให้แบรนด์สามารถสร้างพิมพ์เขียวของต้นแบบรถที่จะสร้าง ทำให้เป็นรถต้นแบบครั้งที่สองของแบรนด์ หลังจากนั้นทางแบรนด์อพอลโล่ก็ได้ผลิตรถขึ้นเองในช่วงตุลาคม พ.ศ. 2548

ต่อมาในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 อพอลโล่สปอร์ต ได้มีการเข้าร่วมรายการ ท็อปส์เกียร์ ที่จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ริชาร์ด แฮมมอนด์ นักข่าวที่ได้แนะนำนักแข่งที่ชื่อว่า สทิก ในการแข่งครั้งนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์มาก

บทความโดย ufabet1688

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

Wiesmann models จากในตอนที่แล้วเราได้ไปรู้จักกันกับประวัติของแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมัน ที่แบรนด์นี้นั้นมีหน้าตาที่แปลกและมีโลโก้ที่แหว่กแนวมากด้วยการนำเอาตุ๊กแกมาเป็นโลโก้ของแบรนด์

เราจะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นที่แบรนด์วีสมานน์ได้ทำออกมานั้น แต่ละคันแรงและไม่ต่ำกว่า 1000 แรงม้าแน่นอน ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์วีสมานน์

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของรถยนต์แต่ละรุ่นที่เราสามารถจะหามาได้มาให้ชม บอกได้เลยว่าแต่ละรุ่นน่าใช้มาก เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

Wiesmann models รถยนต์แต่ละรุ่นของวีสมานน์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์แต่ละรุ่น วีสมานน์

เอ็มเอฟ 30

วีสมานน์ รุ่น เอ็มเอฟ 30 เป็นรุ่นแรกๆที่ทางแบรนด์ได้ผลิตออกมา และได้ใช้เครื่องของแบรนด์ วีสมานน์ เองด้วย รุ่นเอ็มเอฟ 30 นั้นจะมีเครื่องยนต์อยู่ที่ 6 สูบ

และเป็นเครื่องที่มีการดัดแปลงเล็กน้อยมาจาก บีเอ็มดับเบิ้ลยู และรุ่น เอ็มเอฟ 30 จะมีกำลังถึง 228 แรงม้า และหลัง 231 แรงม้า รถยนต์รุ่นเอ็มเอฟ 30 จะมีน้ำหนักเพียงแค่ 1000 กิโลกร้ม

เอ็มเอฟ 30 สามารถที่จะเร่งตั้งแต่ 0 – 60 ได้ในเวลา 5.9 วินาที และสามารถที่จะทำท็อปสปีดอยู่ที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่น่าเสียดายคือรุ่นเอ็มเอฟ 30 ได้ยกเลิกแผนไป เพราะได้เปิดทางให้รุ่นใหม่คือรุ่น เอ็มเอฟ 3

เอ็มเอฟ 3

ถ้าหากพูดถึง เอ็มเอฟ 30 กับ เอ็มเอฟ 3 นั้นความแตกต่างของสองรุ่นนี้ก็คือเครื่องยนต์ ที่ทางรุ่นเอ็มเอฟ 3 ได้มีการใช้เป็นเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอส 54 ที่แต่ก่อนนั้นเป็นเครื่องยนต์ของ เอ็ม 3 หรือ อี 46 เครื่องนี้มีขนาดถึง 3245 ซีซี

และแรงม้าอยู่ที่ 338 แรงม้า และหลัง 343 แรงม้า และน้ำหนักของเอ็มเอฟ 3 จะอยู่ที่ประมาณ 1180 กิโลกรัม ที่มากกว่ารุ่นก่อนเพียง 100 กิโลกรัม และเอ็มเอฟ 3

สามารถที่จะเร่งได้ตั้งแต่ 0 – 60 ได้ภายใน 5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 255 กิโลเมตร และรุ่นเอ็มเอฟ 3 นั้นยังมาพร้อมกับเกียร์ที่มี 5 สปีด และอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นเกียร์ที่เป็น 6 สปีด ให้เหล่าลูกค้าสามารถเลือกได้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

โปรเจ็กต์ที่ทางแบรนด์วีสมานน์ได้วางแผน

หากพูดถึงแผนที่ทางแบรนด์ได้มีการวางไว้น่าจะเป็นแผนที่เรียกกันว่า โปรเจ็กต์ตุ๊กแก ที่น่าจะหมายถึงดลโก้ที่ทางแบรนด์ได้ใช้งาน แต่แผนนี้ทางแบรนด์วีสมานน์ยังไม่ได้มีการออกมาบอกอะไรทั้งนั้น

แต่ในช่วงที่โรฮีน เบอร์รี่ได้เข้ามาดูแลแบรนด์ และเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ออกมาตอนเขามาดูแล รถยนต์ที่ทำออกมานั้นจะเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่อง เบนซิน ที่มี 8 สูบ สามารถที่จะเร่ง 0-100 ได้ในเวลา 3.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กิโลเมตร

บทความโดย จีคลับ

Wiesmann

Wiesmann ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์ที่ทำแต่รถสปอร์ตอย่างแบรนด์ โลเทค ที่มีความสามารถในการทำรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง และแต่ละรุ่นนั้นจะมีแรงม้าไม่ต่ำกว่า 1 พันแรงม้าเลย

แต่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งคือประวัติของแบรนด์นี้มีน้อยมาก แต่ถ้าท่านใดอยากที่จะรู้จัก สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวแบรนด์โลเทค

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์มาก แต่ต่างจากแบรนด์อื่นๆแน่นอน และที่แปลกสุดคือมีโลโก้เป็นเหมือนกับตุ๊กแก เอาหละหากพร้อมที่จะรู้จักกันแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann

Wiesmann แบรนด์รถยนต์ที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติของแบรนด์รถยนต์วีสมานน์

หากพูดถึงแบรนด์อย่างวีสมานน์ต้องเริ่มด้วยที่รถยนต์ที่มีการเปิดประทุนได้คันแรกที่ทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการผลิตออกมาจำหน่ายในช่วงปีพ.ศ.2536 และต่อมาอีกระหว่าง 13 ปี

ทางแบรนด์ก็ได้มีการผลิตรถยนต์ที่เรียกว่า โรดสเตอร์ ในรุ่น วีสมานน์ เอ็มเอฟ 3 กับรุ่น เอ็มเอฟ 30 และยังไม่พอทางแบรนด์ยังได้มีการทำรถคูเป้ออกมาในรุ่น วีสมานน์ จีที เอ็มเอฟ 4

ถ้าจะพูดถึงเรื่องของสมรรถนะของรถยนต์แต่ละรุ่นที่ทางวีสมานน์ได้ทำออกมานั้น แต่ละรุ่นได้มีการติดต่อกับบีเอ็มดับเบิ้ลยูให้จัดหาส่งระบบเกียร์และเครื่องยนต์มาใช้งานกับแต่ละรุ่นที่ทำออกมา

และเป็นเรื่องที่แปลกมาเพราะว่าทางแบรนด์ได้มีการทำรถยนต์ออกมาเพียงแค่ 180 ต่อปีเท่านั้น และที่แปลกอีกอย่างคือการใช้โลฌก้ของแบรนด์เป็นตุ๊กแก

แต่ทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ออกมาบอกความหมายของจากใช้ตุ๊กแกเป็นโลโก้ก็คือ รถยนต์แบรนด์วีสมานน์สามารถเกาะถนนได้ดี เหมือนกับตุ๊กแกที่เกาะกับกำแพงแน่น

ต่อมาทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการวางแผนที่จะส่งออกรถยนต์ของแบรนด์ไปที่ประเทศอเมริกาให้ได้ในช่วงปีค.ศ.2010 แต่ก็มีเรื่องของกฎหมายและการทำรถยนต์ของแบรนด์ให้ถูกกฎของอเมริกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และการขนส่งต่างๆมีราคาที่สูงมาก ทำให้ทางวีสมานน์ได้พักแผนนี้ไปก่อน ในช่วง14 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการทำเรื่องยิ่นฟ้องล้มละลายที่มุนสเตอร์ แต่เหล่าผู้บริหารการได้ส่งเอกสารเพื่อที่จะยกเลิกการล้มละลาย

เพราะได้มีการประชุมอะไรบางอย่าง และทางเจ้าหนี้ของแบรนด์วีสมานน์ก็ได้พักเรื่องเงินอยู่ และทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ไปคุยกับ ซีเอ็มเอ็มดับเบิ้ลยู แต่ก็ล้มเหลว

ซีเอ็มเอ็มดับเบิ้ลยูเคยสนใจที่จะเข้ามาซื้อบริษัทและรับช่วงต่อ แต่หลังจากนั้นไม่นานทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ปิดตัวลง แต่หลังจากที่นักลงทุนอย่าง โรฮีน เบอร์รี่ เข้ามาลงทุนทางแบรนด์ก็ได้กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในช่วงปีค.ศ.2020

บทความโดย ufabet1688

Lotec

Lotec หลังจากที่เรื่องราวของแบรนด์จีเอ็มได้จบไปแล้ว วันนี้เราจะพาทุกท่านมาชมกันกับแบรนด์รถสปอร์ตจากประเทศเยอรมัน แบรนด์รถสปอร์ตนี้นั้นจะมีความนิยมมากในต่างประเทศ

ในประเทศไทยน่าจะมีคนรู้จักน้อยมากและเห็นได้น้อยมากเช่นกัน แบรนด์นี้จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับรถสปอร์ตและรถแข่ง บริษัทนี้มีความเก่าอยู่พอสมควร แต่ไม่เท่าแบรนด์จีเอ็ม

ในตอนที่และเป็นเรื่องราวของแบรนด์จีเอ็มในตอนสุดท้าย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ปัญหาราล์ฟเนเดอร์ กับเดอะคอร์แวร์ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแบรนด์รถสปอร์ตนี้กัน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

Lotec

Lotec แบรนด์รถยนต์สปอร์ตจากเยอรมัน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์โลเทค

การเริ่มขึ้นของแบรนด์โลเทคนั้นเริ่มต้นจากการที่แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ทำรถสปอร์ต ที่เป็นสัญชาติมาจากเยอรมัน แบรนด์นี้ได้ตั้งบริษัทในช่งของปีพ.ศ.2505 ที่มี เคิร์ท โรเตอร์สมิท เป็นคนก่อตั้ง

และต่อมาในช่วงปีพ.ศ.2512 แบรนด์โลเทคได้มีความสนใจที่จะทำรถเพื่อที่เอาไว้รถสนามแข่ง และได้สนใจที่จะเอารถปอร์เช่มาทำเป็นรถแข่งที่เริ่มทำในปีพ.ศ.2518 ในช่วงปีพ.ศ.2526

ในช่วงนี้แบรนด์ได้มีการทำเมอร์เซเดส-เบนซ์ออกมาจำหน่าย และได้มีความสนใจที่จะทำชิ้นส่วนต่างๆ ที่จะเพิ่มสมรรถนะของรถให้มากที่สุด และยังมีการทำชิ้นส่วนที่สามารถทำเป็น แอร์โร่ไดนามิกส์

ย้อนกลับไปที่ปีค.ศ.1990 แบรนด์โลเทคได้มีการร่วมงานกับบริษัทเกี่ยวกับน้ำมันบารอนจากที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อที่จะให้โลเทคได้ทำรถสปอร์ตขึ้นมา และได้ทำออกมาเป็นรุ่น โลเทค ซี 1000

ที่ได้ทำเสร็จในช่วงปีค.ศ.1995 และได้ออกขายในราคา 3.4 ล้านดอลลาร์ รถสปอร์ตคันนี้ยังมีการใส่เครื่องของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขนาด วี 8 ที่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 5.6 ลิตร แถมยังมีการใส่เทอร์โบชาร์จเจอร์มาให้ด้วยอีกสองตัว

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Lotec

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ทำให้รถสปอร์ตคันนี้มีกำลังมากกว่า 1 พันแรงม้า ต่อมาในช่วงปีพ.ศ.2547 ทางแบรนด์ได้มีการผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ที่ใช้สัญลักษณ์ ซีเรียส และรถยนต์รุ่นนี้เช่นเคยได้นำเอาเครื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์ วี 12 ที่มีขนาด 5987 ซีซี

ที่มีความคล้ายกับ ปากานี ซอนดา โลเทค ทางแบรนด์ได้บอกว่าจะทำให้เครื่องมีกำลังถึง 1000 แรงม้า และยังมีการบอกว่าจะทำให้ถึง 1200 แรงม้าเลยทีเดียว ทางแบรนด์ยังมีการใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด

ทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักที่น้อยมาก โลเทคยังมีการออกมาบอกว่าจะทำ ซีเรียส ที่จะเป็นรุ่นที่ทำใหม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตัวถัง แต่บางส่วนก็ยังมีการใช้ของเดิมอยู่

บทความโดย จีคลับ

Ralph Nader and the Corvair

Ralph Nader and the Corvair หลังจากที่ได้ไปชมกันส่งออกและโรงงานแต่ละที่แต่ละทวีปของแบรนด์จีเอ็มกันไปแล้ว จะเห้นได้ว่าในแต่ละที่ในแต่ละโรงงานนั้นจะมีการวางแผนและการนำเข้าที่ไม่เหมือนกัน

และยังมีแบรนด์ลูกอื่นๆของแบรนด์จีเอ็มที่เรายังไม่รู้จักอย่าง โอเปอร์ ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านสามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เจเนรัลมอเตอร์ในแอฟริกา

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นกับแบรนด์จีเอ็ม ในวันนี้จะเป็นเหตุการณ์อะไร และเหตุการณ์นี้จะเป็นปัญหาใหญ่แค่ไหน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Ralph Nader and the Corvair

Ralph Nader and the Corvair ปัญหาของแบรนด์จีเอ็ม

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ปัญหาราล์ฟ เนเดอร์ กับ เดอะ คอร์แวร์

เริ่มเรื่องด้วย อันเซฟ อะ เอนนี สปรีด ที่สร้างโดย ราล์ฟ เนเดอร์ ที่มีการเขียนและพิมพ์ออกมาในช่วง ปีพ.ศ.2508 ซึ่งในเรื่องที่มีการตีพิมพ์ออกมานั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพูดถึงแบรนด์รถยนต์ที่มีการไม่ได้บอกเรื่องของความปลอดภัยในรถยนต์

และทางแบรนด์ยังไม่มีการออกมารับผอดชอบเรื่องของการจ่ายเงินเพื่อที่จะทำเรื่องความปลอดภัย และที่พิมพ์ออกมานั้นมีหัวข้อที่พูดถึง จีเอ็ม เชฟโรเลต คอร์แวร์

เรื่องที่เขียนนั้นเป็นเรื่องรถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตในปี พ.ศ.2503-พ.ศ.2507 ในตอนนั้นทางแบรนด์ได้มีการทำกันสะเทือนแบบสวิงเพลาเพื่อที่จะได้ลดต้นทุนและเรื่องของเหล็กโคลงด้านหน้า

หรือที่เราเรียกกันว่า โคลงรถ คอร์แวร์ก็ได้มีการทำเรื่องของแรงดันยางที่มีค่าที่ไม่ได้มาตราฐาน ด้วยความที่แรงดันนั้นไม่ได้ที่และยังมีความแตกต่างกันมากสำหรับแรงดันยางหน้าและหลังที่มีสูงมากกว่าปกติ

Ralph Nader and the Corvair

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เอาง่ายๆคือถ้าหากเราเติมลมยางที่มีแรงเท่ากันนั้นมันจะเกิดการ โอเวอร์สตรีม ที่จะเป็นอันตรายมาก ต่อมาในช่วงมีนาคม พ.ศ. 2509 ได้มีสื่อหลายที่หลายสำนัก รวมถึงสำนักใหญ่อย่าง เดอะ นิวส์ พับลิค

และสำนักพิมพ์ชื่อดังอย่าง เดอะนิวยอร์กไทมส์ ได้มีการเขียนออกมาว่าทางแบรนด์จีเอ็ม ได้ทำให้ชื่อเสียงของ ราล์ฟ เนเดอร์ เสียหาย ที่มีการส่งนักสืบไปดักฟังโทรศัพท์และการหาอดีต

และยังมีการจ้างให้หญิงขายบริการไปหาเขาเพื่อที่จะแบล็กเมย์ ทำให้ทางราล์ฟ เนเดอร์ได้มีการฟ้องในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวและคดีนี้มีค่ากว่า 4.25 แสนดอลลาร์ และคดีของราล์ฟ เนเดอร์กับแบรนด์จีเอ็มนั้น

ได้มีการตัดสินที่ศาลอุทธรณ์ในเมืองนิวยอร์ก และทางราล์ฟ เนเดอร์ได้เป็นผู้ชนะคดีนี้ไป ราล์ฟ เนเดอร์ได้เอาเงินที่ชนะคดีนี้มาทำการตั้งศูนย์ที่เอาไว้ศึกษาเกี่ยวกับกฎหมาย และเหมือนว่าราล์ฟ เนเดอร์ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะรับรองผู้เสียจากแบรนด์จีเอ็ม

บทความโดย ufabet1688

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎