Apollo Automobil 2

Apollo Automobil 2 หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมกันกับประวัติของแบรนด์ อพอลโล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะทำรถสปอร์ตที่ไม่เหมือนกับแบรนด์ไหน

และแบรนด์อพอลโลยังมีการใช้เทคโนโลยีใหม่และเทคนิคการสร้างที่ดี และแบรนด์อพอลโลยังมีการส่งรถไปแข่งขันอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์อพอลโล

ในวันนี้เราจะพาไปต่อกันกับประวัติและเรื่องราวการแข่งขันของแบรนด์อพอลโล เอาหละหากพร้อมกันแล้วละก็ไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil 2

Apollo Automobil 2 เรื่องราวของแบรนด์รถสปอร์ต

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์อพอลโลออโต้โมบิวส์ 2

ต่อจากตอนที่แล้วทางแบรนด์ได้มีแผนในช่วงปีค.ศ.2011 ที่ทางแบรนด์ได้คิดที่จะทำรถในแนวคิดที่ว่า คาร์โรซเซอเรีย ทัวริ่ง ซุปเปอร์เลเกรา เดอะ กัมเปอร์ เทอะลอเท่ส์

แต่รถก็ไม่ถูกผลิตออกมาสักที ต่อมาในช่วงสิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางแบรนด์ได้มีปัญหาและได้ทำการยื่นล้มละลาย เป็นเพราะว่าทางด้านผู้สนับสนุนนั้นไม่มีเข้ามา และไม่มีใครสามารถให้ทุนได้

ในช่วงมกราคม พ.ศ. 2559 ทางบริษัทของแบรนด์ก็ได้ถูกซื้อต่อไปโดย บริษัทไอเดียลทีมเวนเจอร์ของฮ่องกง และเจ้าของแบรนด์ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ เดอ โทมาโซ อีกด้วย

ตอนซื้อไปก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อทันทีเป็น อพอลโลออโต้โมบิวส์ จีเอ็มดีเอช ต่อมาในช่วงมีนาคม ปีพ.ศ.2559 ในงานงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ทางแบรนด์ได้มีการนำรถสปอร์ตมาเปิดตัวนั้นก็คือรุ่น แอร์โรว์

เป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ใส่เครื่องยนต์ วี 8 เทอร์โบคู่ขนาด 4 ลิตร ของเหล่านี้ทำให้รถมีกำลังถึง 986 แรงม้า และรถสปอร์ตแอร์โรว์ยังสามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียงแค่ 2.9 วินาที

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และรถแอร์โรว์ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ.2559 ทางแบรนด์ได้มีการพูดถึงเจ้าของเก่าอย่าง โรแลนด์ กัมเพิร์ต ว่าเขาได้ได้มีส่วนช่วยเหลือใดๆกับแบรนด์

และไม่ได้ช่วยคิดหรือสร้างอะไรต่างๆ และในตอนนั้นทางแบรนด์ยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มีชื่อว่า ไททัน ในงาน กู๊ดวู้ด เฟสติวัล และต่อมาในช่วงมิถุนายน ปีพ.ศ.2560 รถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า อินเทิลซ่าร์ อีโมซีโรนิกส์

และสปอร์ตรุ่นนี้ใส่เครื่องยนต์ วี 12 ที่มีขนาด 6.3 ลิตร เพราะว่าผู้พัฒนาได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และยังมีธรรมชาติอีกอย่างคือ แมลง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาทำเป็นตัวรถ

บทความโดย จีคลับ

Apollo Automobil

Apollo Automobil หลังจากเราได้พาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์ที่มีความสวยงามและน่าใช้งานกับแบรนด์วีสมานน์ วีสมานน์เป็นแบรนด์รถยนต์ที่น่าใช้งานมากแบรนด์หนึ่ง

และในตอนที่แล้วเราจะเห็นว่าวีสมานน์แต่ละรุ่นก็จะมีความต่างกันออกไป และยังมีแผนที่จะกลับมาตีตลาดอีกครั้ง ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก วีสมานน์โมเดล

ในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์และความสวยงามไม่เหมือนใคร เอาหละหากพร้อมที่จะไปรู้จักกันแล้ว ไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil

Apollo Automobil แบรนด์รถสปอร์ตที่มีความน่าใช้งานสูง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์อพอลโลออโต้โมบิวส์

เรื่องราวของอพอลโลออโต้โมบิวส์นั้นต้องเริ่มที่ในช่วงปีพ.ศ.2544 โรแลนด์ กัมเพิร์ต ได้มีความคิดที่จะทำรถสปอร์ตที่ไม่เหมือนใคร ที่สามารถเอาลงสนามแข่งได้ และยังขับได้อย่างถูกกฎหมายด้วย โรแลนด์ กัมเพิร์ต

ได้เดินทางกลับไปที่ประเทศเยอรมันหลังจากไปอยู่ที่ประเทศจีน ในช่วงปีพ.ศ.2544 เพื่อนของกัมเพิร์ตที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันที่อาวดี้ และเขาเป็นคนที่สร้างบริษัท เอ็มทีเอ็ม และโรแลนด์ เมเยอร์ได้ขอให้พวกเขามาช่วย

เพื่อที่จะทำรถสปอร์ตที่มีต้นแบบมาจากรถอาวดี้ และได้ตกลงให้โรแลนด์ กัมเพิร์ตเข้ามาทำได้ แต่รถสปอร์ตที่ทำออกมานั้นต้องเป็นรถรุ่นใหม่และเป็นรถของที่นั้นไป

แบรนด์นี้ได้สร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ.2547 โดยใช้ชื่อว่า จีเอ็มจี ตอนนั้นได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องข้อเทคนิคใหม่ และทางด้านมาร์โค วาเนตต้า คนที่ออกแบบรถให้กับแบรนด์

เเละมาร์โค วาเนตต้าสามารถที่จะทำให้เสร็จและรถของ กัมเพิร์ต และถูกผลิตในปีค.ศ.2002 กัมเพิร์ตได้ออกแบบและเรียนรู้เรื่องต่างๆจนทำให้แบรนด์กลายมาเป็นชื่อ อพอลโล

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Apollo Automobil

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และทางแบรนด์ได้มีการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิค และมหาวิทยาลัยอินกอลสตาดท์ ได้มีการวางแบบแผนและสร้างขึ้นเป็นแบบจำลอง จะมีเรื่องของการทดสอบระบบของลมต่างๆ

และในการที่มีคนมาช่วยหลายคนทำให้แบรนด์สามารถสร้างพิมพ์เขียวของต้นแบบรถที่จะสร้าง ทำให้เป็นรถต้นแบบครั้งที่สองของแบรนด์ หลังจากนั้นทางแบรนด์อพอลโล่ก็ได้ผลิตรถขึ้นเองในช่วงตุลาคม พ.ศ. 2548

ต่อมาในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 อพอลโล่สปอร์ต ได้มีการเข้าร่วมรายการ ท็อปส์เกียร์ ที่จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ริชาร์ด แฮมมอนด์ นักข่าวที่ได้แนะนำนักแข่งที่ชื่อว่า สทิก ในการแข่งครั้งนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์มาก

บทความโดย ufabet1688

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

Wiesmann models จากในตอนที่แล้วเราได้ไปรู้จักกันกับประวัติของแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมัน ที่แบรนด์นี้นั้นมีหน้าตาที่แปลกและมีโลโก้ที่แหว่กแนวมากด้วยการนำเอาตุ๊กแกมาเป็นโลโก้ของแบรนด์

เราจะเห็นได้ว่าแต่ละรุ่นที่แบรนด์วีสมานน์ได้ทำออกมานั้น แต่ละคันแรงและไม่ต่ำกว่า 1000 แรงม้าแน่นอน ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์วีสมานน์

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของรถยนต์แต่ละรุ่นที่เราสามารถจะหามาได้มาให้ชม บอกได้เลยว่าแต่ละรุ่นน่าใช้มาก เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

Wiesmann models รถยนต์แต่ละรุ่นของวีสมานน์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์แต่ละรุ่น วีสมานน์

เอ็มเอฟ 30

วีสมานน์ รุ่น เอ็มเอฟ 30 เป็นรุ่นแรกๆที่ทางแบรนด์ได้ผลิตออกมา และได้ใช้เครื่องของแบรนด์ วีสมานน์ เองด้วย รุ่นเอ็มเอฟ 30 นั้นจะมีเครื่องยนต์อยู่ที่ 6 สูบ

และเป็นเครื่องที่มีการดัดแปลงเล็กน้อยมาจาก บีเอ็มดับเบิ้ลยู และรุ่น เอ็มเอฟ 30 จะมีกำลังถึง 228 แรงม้า และหลัง 231 แรงม้า รถยนต์รุ่นเอ็มเอฟ 30 จะมีน้ำหนักเพียงแค่ 1000 กิโลกร้ม

เอ็มเอฟ 30 สามารถที่จะเร่งตั้งแต่ 0 – 60 ได้ในเวลา 5.9 วินาที และสามารถที่จะทำท็อปสปีดอยู่ที่ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่น่าเสียดายคือรุ่นเอ็มเอฟ 30 ได้ยกเลิกแผนไป เพราะได้เปิดทางให้รุ่นใหม่คือรุ่น เอ็มเอฟ 3

เอ็มเอฟ 3

ถ้าหากพูดถึง เอ็มเอฟ 30 กับ เอ็มเอฟ 3 นั้นความแตกต่างของสองรุ่นนี้ก็คือเครื่องยนต์ ที่ทางรุ่นเอ็มเอฟ 3 ได้มีการใช้เป็นเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอส 54 ที่แต่ก่อนนั้นเป็นเครื่องยนต์ของ เอ็ม 3 หรือ อี 46 เครื่องนี้มีขนาดถึง 3245 ซีซี

และแรงม้าอยู่ที่ 338 แรงม้า และหลัง 343 แรงม้า และน้ำหนักของเอ็มเอฟ 3 จะอยู่ที่ประมาณ 1180 กิโลกรัม ที่มากกว่ารุ่นก่อนเพียง 100 กิโลกรัม และเอ็มเอฟ 3

สามารถที่จะเร่งได้ตั้งแต่ 0 – 60 ได้ภายใน 5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 255 กิโลเมตร และรุ่นเอ็มเอฟ 3 นั้นยังมาพร้อมกับเกียร์ที่มี 5 สปีด และอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นเกียร์ที่เป็น 6 สปีด ให้เหล่าลูกค้าสามารถเลือกได้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann models

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

โปรเจ็กต์ที่ทางแบรนด์วีสมานน์ได้วางแผน

หากพูดถึงแผนที่ทางแบรนด์ได้มีการวางไว้น่าจะเป็นแผนที่เรียกกันว่า โปรเจ็กต์ตุ๊กแก ที่น่าจะหมายถึงดลโก้ที่ทางแบรนด์ได้ใช้งาน แต่แผนนี้ทางแบรนด์วีสมานน์ยังไม่ได้มีการออกมาบอกอะไรทั้งนั้น

แต่ในช่วงที่โรฮีน เบอร์รี่ได้เข้ามาดูแลแบรนด์ และเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ออกมาตอนเขามาดูแล รถยนต์ที่ทำออกมานั้นจะเป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่อง เบนซิน ที่มี 8 สูบ สามารถที่จะเร่ง 0-100 ได้ในเวลา 3.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กิโลเมตร

บทความโดย จีคลับ

Wiesmann

Wiesmann ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์ที่ทำแต่รถสปอร์ตอย่างแบรนด์ โลเทค ที่มีความสามารถในการทำรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง และแต่ละรุ่นนั้นจะมีแรงม้าไม่ต่ำกว่า 1 พันแรงม้าเลย

แต่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งคือประวัติของแบรนด์นี้มีน้อยมาก แต่ถ้าท่านใดอยากที่จะรู้จัก สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวแบรนด์โลเทค

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์มาก แต่ต่างจากแบรนด์อื่นๆแน่นอน และที่แปลกสุดคือมีโลโก้เป็นเหมือนกับตุ๊กแก เอาหละหากพร้อมที่จะรู้จักกันแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann

Wiesmann แบรนด์รถยนต์ที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติของแบรนด์รถยนต์วีสมานน์

หากพูดถึงแบรนด์อย่างวีสมานน์ต้องเริ่มด้วยที่รถยนต์ที่มีการเปิดประทุนได้คันแรกที่ทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการผลิตออกมาจำหน่ายในช่วงปีพ.ศ.2536 และต่อมาอีกระหว่าง 13 ปี

ทางแบรนด์ก็ได้มีการผลิตรถยนต์ที่เรียกว่า โรดสเตอร์ ในรุ่น วีสมานน์ เอ็มเอฟ 3 กับรุ่น เอ็มเอฟ 30 และยังไม่พอทางแบรนด์ยังได้มีการทำรถคูเป้ออกมาในรุ่น วีสมานน์ จีที เอ็มเอฟ 4

ถ้าจะพูดถึงเรื่องของสมรรถนะของรถยนต์แต่ละรุ่นที่ทางวีสมานน์ได้ทำออกมานั้น แต่ละรุ่นได้มีการติดต่อกับบีเอ็มดับเบิ้ลยูให้จัดหาส่งระบบเกียร์และเครื่องยนต์มาใช้งานกับแต่ละรุ่นที่ทำออกมา

และเป็นเรื่องที่แปลกมาเพราะว่าทางแบรนด์ได้มีการทำรถยนต์ออกมาเพียงแค่ 180 ต่อปีเท่านั้น และที่แปลกอีกอย่างคือการใช้โลฌก้ของแบรนด์เป็นตุ๊กแก

แต่ทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ออกมาบอกความหมายของจากใช้ตุ๊กแกเป็นโลโก้ก็คือ รถยนต์แบรนด์วีสมานน์สามารถเกาะถนนได้ดี เหมือนกับตุ๊กแกที่เกาะกับกำแพงแน่น

ต่อมาทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการวางแผนที่จะส่งออกรถยนต์ของแบรนด์ไปที่ประเทศอเมริกาให้ได้ในช่วงปีค.ศ.2010 แต่ก็มีเรื่องของกฎหมายและการทำรถยนต์ของแบรนด์ให้ถูกกฎของอเมริกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Wiesmann

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และการขนส่งต่างๆมีราคาที่สูงมาก ทำให้ทางวีสมานน์ได้พักแผนนี้ไปก่อน ในช่วง14 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ทางแบรนด์วีสมานน์ได้มีการทำเรื่องยิ่นฟ้องล้มละลายที่มุนสเตอร์ แต่เหล่าผู้บริหารการได้ส่งเอกสารเพื่อที่จะยกเลิกการล้มละลาย

เพราะได้มีการประชุมอะไรบางอย่าง และทางเจ้าหนี้ของแบรนด์วีสมานน์ก็ได้พักเรื่องเงินอยู่ และทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ไปคุยกับ ซีเอ็มเอ็มดับเบิ้ลยู แต่ก็ล้มเหลว

ซีเอ็มเอ็มดับเบิ้ลยูเคยสนใจที่จะเข้ามาซื้อบริษัทและรับช่วงต่อ แต่หลังจากนั้นไม่นานทางแบรนด์วีสมานน์ก็ได้ปิดตัวลง แต่หลังจากที่นักลงทุนอย่าง โรฮีน เบอร์รี่ เข้ามาลงทุนทางแบรนด์ก็ได้กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในช่วงปีค.ศ.2020

บทความโดย ufabet1688

Lotec

Lotec หลังจากที่เรื่องราวของแบรนด์จีเอ็มได้จบไปแล้ว วันนี้เราจะพาทุกท่านมาชมกันกับแบรนด์รถสปอร์ตจากประเทศเยอรมัน แบรนด์รถสปอร์ตนี้นั้นจะมีความนิยมมากในต่างประเทศ

ในประเทศไทยน่าจะมีคนรู้จักน้อยมากและเห็นได้น้อยมากเช่นกัน แบรนด์นี้จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับรถสปอร์ตและรถแข่ง บริษัทนี้มีความเก่าอยู่พอสมควร แต่ไม่เท่าแบรนด์จีเอ็ม

ในตอนที่และเป็นเรื่องราวของแบรนด์จีเอ็มในตอนสุดท้าย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ปัญหาราล์ฟเนเดอร์ กับเดอะคอร์แวร์ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแบรนด์รถสปอร์ตนี้กัน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

Lotec

Lotec แบรนด์รถยนต์สปอร์ตจากเยอรมัน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์โลเทค

การเริ่มขึ้นของแบรนด์โลเทคนั้นเริ่มต้นจากการที่แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ทำรถสปอร์ต ที่เป็นสัญชาติมาจากเยอรมัน แบรนด์นี้ได้ตั้งบริษัทในช่งของปีพ.ศ.2505 ที่มี เคิร์ท โรเตอร์สมิท เป็นคนก่อตั้ง

และต่อมาในช่วงปีพ.ศ.2512 แบรนด์โลเทคได้มีความสนใจที่จะทำรถเพื่อที่เอาไว้รถสนามแข่ง และได้สนใจที่จะเอารถปอร์เช่มาทำเป็นรถแข่งที่เริ่มทำในปีพ.ศ.2518 ในช่วงปีพ.ศ.2526

ในช่วงนี้แบรนด์ได้มีการทำเมอร์เซเดส-เบนซ์ออกมาจำหน่าย และได้มีความสนใจที่จะทำชิ้นส่วนต่างๆ ที่จะเพิ่มสมรรถนะของรถให้มากที่สุด และยังมีการทำชิ้นส่วนที่สามารถทำเป็น แอร์โร่ไดนามิกส์

ย้อนกลับไปที่ปีค.ศ.1990 แบรนด์โลเทคได้มีการร่วมงานกับบริษัทเกี่ยวกับน้ำมันบารอนจากที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อที่จะให้โลเทคได้ทำรถสปอร์ตขึ้นมา และได้ทำออกมาเป็นรุ่น โลเทค ซี 1000

ที่ได้ทำเสร็จในช่วงปีค.ศ.1995 และได้ออกขายในราคา 3.4 ล้านดอลลาร์ รถสปอร์ตคันนี้ยังมีการใส่เครื่องของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขนาด วี 8 ที่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 5.6 ลิตร แถมยังมีการใส่เทอร์โบชาร์จเจอร์มาให้ด้วยอีกสองตัว

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Lotec

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ทำให้รถสปอร์ตคันนี้มีกำลังมากกว่า 1 พันแรงม้า ต่อมาในช่วงปีพ.ศ.2547 ทางแบรนด์ได้มีการผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ที่ใช้สัญลักษณ์ ซีเรียส และรถยนต์รุ่นนี้เช่นเคยได้นำเอาเครื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์ วี 12 ที่มีขนาด 5987 ซีซี

ที่มีความคล้ายกับ ปากานี ซอนดา โลเทค ทางแบรนด์ได้บอกว่าจะทำให้เครื่องมีกำลังถึง 1000 แรงม้า และยังมีการบอกว่าจะทำให้ถึง 1200 แรงม้าเลยทีเดียว ทางแบรนด์ยังมีการใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด

ทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักที่น้อยมาก โลเทคยังมีการออกมาบอกว่าจะทำ ซีเรียส ที่จะเป็นรุ่นที่ทำใหม่ จะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะของตัวถัง แต่บางส่วนก็ยังมีการใช้ของเดิมอยู่

บทความโดย จีคลับ

Ralph Nader and the Corvair

Ralph Nader and the Corvair หลังจากที่ได้ไปชมกันส่งออกและโรงงานแต่ละที่แต่ละทวีปของแบรนด์จีเอ็มกันไปแล้ว จะเห้นได้ว่าในแต่ละที่ในแต่ละโรงงานนั้นจะมีการวางแผนและการนำเข้าที่ไม่เหมือนกัน

และยังมีแบรนด์ลูกอื่นๆของแบรนด์จีเอ็มที่เรายังไม่รู้จักอย่าง โอเปอร์ ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านสามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เจเนรัลมอเตอร์ในแอฟริกา

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นกับแบรนด์จีเอ็ม ในวันนี้จะเป็นเหตุการณ์อะไร และเหตุการณ์นี้จะเป็นปัญหาใหญ่แค่ไหน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Ralph Nader and the Corvair

Ralph Nader and the Corvair ปัญหาของแบรนด์จีเอ็ม

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ปัญหาราล์ฟ เนเดอร์ กับ เดอะ คอร์แวร์

เริ่มเรื่องด้วย อันเซฟ อะ เอนนี สปรีด ที่สร้างโดย ราล์ฟ เนเดอร์ ที่มีการเขียนและพิมพ์ออกมาในช่วง ปีพ.ศ.2508 ซึ่งในเรื่องที่มีการตีพิมพ์ออกมานั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพูดถึงแบรนด์รถยนต์ที่มีการไม่ได้บอกเรื่องของความปลอดภัยในรถยนต์

และทางแบรนด์ยังไม่มีการออกมารับผอดชอบเรื่องของการจ่ายเงินเพื่อที่จะทำเรื่องความปลอดภัย และที่พิมพ์ออกมานั้นมีหัวข้อที่พูดถึง จีเอ็ม เชฟโรเลต คอร์แวร์

เรื่องที่เขียนนั้นเป็นเรื่องรถยนต์รุ่นแรกที่ผลิตในปี พ.ศ.2503-พ.ศ.2507 ในตอนนั้นทางแบรนด์ได้มีการทำกันสะเทือนแบบสวิงเพลาเพื่อที่จะได้ลดต้นทุนและเรื่องของเหล็กโคลงด้านหน้า

หรือที่เราเรียกกันว่า โคลงรถ คอร์แวร์ก็ได้มีการทำเรื่องของแรงดันยางที่มีค่าที่ไม่ได้มาตราฐาน ด้วยความที่แรงดันนั้นไม่ได้ที่และยังมีความแตกต่างกันมากสำหรับแรงดันยางหน้าและหลังที่มีสูงมากกว่าปกติ

Ralph Nader and the Corvair

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เอาง่ายๆคือถ้าหากเราเติมลมยางที่มีแรงเท่ากันนั้นมันจะเกิดการ โอเวอร์สตรีม ที่จะเป็นอันตรายมาก ต่อมาในช่วงมีนาคม พ.ศ. 2509 ได้มีสื่อหลายที่หลายสำนัก รวมถึงสำนักใหญ่อย่าง เดอะ นิวส์ พับลิค

และสำนักพิมพ์ชื่อดังอย่าง เดอะนิวยอร์กไทมส์ ได้มีการเขียนออกมาว่าทางแบรนด์จีเอ็ม ได้ทำให้ชื่อเสียงของ ราล์ฟ เนเดอร์ เสียหาย ที่มีการส่งนักสืบไปดักฟังโทรศัพท์และการหาอดีต

และยังมีการจ้างให้หญิงขายบริการไปหาเขาเพื่อที่จะแบล็กเมย์ ทำให้ทางราล์ฟ เนเดอร์ได้มีการฟ้องในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวและคดีนี้มีค่ากว่า 4.25 แสนดอลลาร์ และคดีของราล์ฟ เนเดอร์กับแบรนด์จีเอ็มนั้น

ได้มีการตัดสินที่ศาลอุทธรณ์ในเมืองนิวยอร์ก และทางราล์ฟ เนเดอร์ได้เป็นผู้ชนะคดีนี้ไป ราล์ฟ เนเดอร์ได้เอาเงินที่ชนะคดีนี้มาทำการตั้งศูนย์ที่เอาไว้ศึกษาเกี่ยวกับกฎหมาย และเหมือนว่าราล์ฟ เนเดอร์ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะรับรองผู้เสียจากแบรนด์จีเอ็ม

บทความโดย ufabet1688

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Africa

General Motors Africa จากในตอนที่แล้วที่เราได้พาไปชมกันกับแบรนด์จีเอ็มในยุโรปกันมาจะเห็นได้ว่ามีทั้งปัญหาและข้อดีบางส่วน และยังทำให้รู้ว่าแบรนด์โอเปอร์นั้นเป็นแบรนด์ลูกของเจเนรัลมอเตอร์นั้นเอง

และยังมีการนำเข้าอื่นๆและแบรนด์อื่นๆอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์จีเอ็มในยุโรป

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันสิว่าในแอฟริกานั้นแบรนด์จีเอ็มจะเป็นยังไงและทำอะไรที่นั้นบ้าง เราได้เตรียมข้อมูลที่แอฟริกาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Africa

General Motors Africa แบรนด์จีเอ็มในแอฟริกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ในแอฟริกา

หากพูดถึงแบรนด์จีเอ็มที่แอฟริกานั้นต้องย้อนกลับไปที่ในปี ค.ศ. 1920 แบรนด์จีเอ็มนั้นมีประวัติที่ยาวนานมากกับอียิปต์ ที่ในปีค.ศ.1920นั้นแบรนด์ได้มีการผลิตและทำรถกระบะที่เป็นขนาดเล็กออกมาขายในตลาดรถยนต์

และในช่วงค.ศ.1950นั้นทางแบรนด์จีเอ็มก็ได้ออกมาจากตลาดรถยนต์ของอียิปต์ และหลายปีต่อมานั้นทางแบรนด์ การ์บูร ก็ได้เริ่มที่จะทำและประกอบรถยนต์ต่างๆอย่างเช่น เชฟโรเลต คาดิลแลค และ บูอิค

ตั้งแต่ในช่วง ค.ศ.1983 -1990ทางแบรนด์จีเอ็มกับเอไอ มอนซูร์ ออโทโมทิฟว คอมปะนี ได้เข้ามาเป็นเจ้าของใหญ่ที่บริษัท เจเนรัลมอเตอร์ อียิปต์ และบริษัทนี้นั้นเป็นบริษัทเดียวที่อียิปต์ที่มีการทำรถยนต์ของแบรนด์ในแบบดั้งเดิมเพียงรายเดียว

ในช่วงปีค.ศ.1920 มิลเลอร์บราเทอะที่ไนจีเรียได้เป็นแบรนด์ที่มีการเอาเบดฟอร์ดเข้ามาขายในตลาดรถยนต์ในประเทศ และในปีค.ศ.1949 พวกเขาได้มีการเปิดโรงงานที่เป็นทั้งผลิตและประกอบที่มีชื่อว่า ไนเจอร์ไนจีเรียมอเตอร์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Africa

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และช่วงค.ศ.1965 โรงานต่างๆที่ได้สร้างขึ้นมานั้นได้ทำการแยกตัวและออกเป็นบริษัทต่างๆ และได้ใช้ชื่อ เฟรนเดอร์ริเทิล โมโตร อินดิธรี ทำให้ในช่วงพ.ศ.2534ทางเจนเนอรัล มอเตอร์สกับยูเอซีเอ็นที่ไนจีเรีย

ได้มาร่วมมือกัน ที่แอฟริกานั้นทางแบรนด์จีเอ็มที่เป็นโรงงานที่แอฟรอกาอย่าง อินดิธรี เมแคนนิกส์ เมอร์เคบาร์น ที่เป็นเหมือนกับสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่อยู่ที่ แอล เคราวาน ในประเทศตูนิเซีย

และที่นี้ยังมีกรเอารถยนต์ของแบรนด์ อีซูซุ กับ มาสด้า และในปีค.ศ.1975แบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ที่ทางแอฟริกาตะวันออกได้เป็นผู้ที่เป็นรายใหญ่

และผู้นำเข้าที่ใหญ่ที่สุด ทั้งมีการนำเอาไปส่งออกที่เคนย่าและที่แอฟริกากลางอย่างที่ยูกันดา ถือว่าแบรนด์จีเอ็มนั้นไปที่ไหนก็มีแต่ความยิ่งใหญ่

บทความโดย จีคลับ

General Motors Europe

General Motors Europe หลังจากที่ในตอนที่แล้วได้ไปชมกันกับโรงงานและการผลิตต่างๆที่อเมริกาเหนือหรือที่แคนาดาสะเป้นส่วนใหญ่ ที่แบรนด์จีเอ็มให้ความสำคัญและให้การดูแลที่ดีมาก

แต่จะมีปัญหาเรื่องของแรงงานและพนักงานนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ผลตอบรับที่อเมริกาเหนือนั้นถือได้ว่าดีมาก ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์จีเอ็มอเมริกาเหนือ

ในวันนี้เราจะพไปชมกันที่ยุโรปว่าแบรนด์จีเอ็มนั้นได้ไปทำโรงงานและมีผลตอบรับยังไงบาง จะเป้นผลตอบรับที่ดีหรือไม่ดีเราเตรียมไว้ให้กันแล้ว เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Europe

General Motors Europe การส่งออกและโรงงานที่ยุโรป

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ในยุโรป

เจเนรัลมอเตอร์ในยุโรปต้องเริ่มเรื่องมาที่ในตอนที่ก่อนจะทำการขาย กรุ๊ปพีเอสเอร์ไป ในช่วงปีพ.ศ.2560 โอเปอร์ชื่อแบรนด์ของทางเจเนรัลมอเตอร์ที่อยู่ที่ยุโรป

และทางแบรนด์ได้ทำวอกซ์ฮอลล์ที่เป็นบริษัทของแบรนดืเช่นกันที่ยุโรปเพื่อที่จะเอาไว้ใช้การทำการขาย โอเปอร์ ในช่วงปีพ.ศ.2548 นั้นทางแบรนด์เชฟโรเลตเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้นที่ยุโรปหลังจากหายไปนานในตลาดรถยนต์ยุโรป

หลังจากที่แบรนด์ได้ทำการผลิตแดวูรีและทำการขายภายใต้ชื่อแบรนด์จีเอ็ม ก็กลับมาเป้นที่รู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นในช่วง12ปีหลังๆทางแบรนด์ได้เสียกำไรไปมากมากถึง 18 พันล้านดอลลาร์

ทำให้ทางเกาหลีได้เข้าขอซื้อต่อในทันที ทำให้แบรนด์จีเอ็มได้ทำการหยุดขายรถยนต์ของเชฟโรเลตในตลาดรถยนต์ของยุโรปตั้งแต่ตอนปรพ.ศ.2556-2558 และไปให้ความสนใจกับแบรนด์โอเปอร์และวอกซ์ฮอลล์ที่ได้สร้างเอาไว้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Europe

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

แต่รถยนต์ของเชฟโรเลตก็ยังมีการขายอยู่ในตลาดรถยนต์ของยุโรปและที่ใกล้เคียงต่างๆ หลังจากที่ได้มาการร่วมจากที่จีเอ็ม อุซเบกิสถานแต่ก็ยังมีปัญหาของการที่จะนำเอาคอร์เว็ท คาร์เมโร ที่เป้นแบรนด์ของเชฟโรเลตเข้ามาขายที่ยุโรปยากอยู่ดี

และทำให้คาดิลแลคก็เกิดปัญหาเช่นกัน ในช่วงปีพ.ศ.2555 พีเอสเอร์ เปอโยต์ ซีตรองกับทางแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ได้มากลายเป็นพันธมิตรกันมากขึ้น

มันทำให้แบรนด์จีเอ็มสามารถเข้าไปซื้อกิจการของพีเอสเอร์ เปอโยต์ ซีตรองได้มากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่นานก็ได้ทำการขายกลับคืนในช่วง13 ธันวาคม ปีพ.ศ.2556 และมีมูลค่ามากกว่า 0.25 พันล้านยูโร และดูเหมือนว่าทางพีเอสเอร์ เปอโยต์ ซีตรองก็จะสนใจโอเปอร์อยู่เหมือนกัน

บทความโดย ufabet1688

General Motors World presence

General Motors World presence ในตอนที่แล้วหากพูดถึงของเรื่องแบรนด์จีเอ็มนั้นการส่งออกของแบรนด์มีเกือบทุกทวีปเลยก็ว่าได้ และในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมกันกับแบรนด์จีเอ็มที่ทวีปเอเชียกันมา

จะเห็นได้ว่าได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการร่วมกับบริษัทในประเทศจีนที่มาทำรถยนต์ร่วมกันด้วย ส่วนของในประเทศไทยที่ทุกท่านสงสัยก็มีโรงงานเหมือนกันนั้นครับ ในประเทศไทยส่วนมากจะเป็นโรงงานที่เอาไว้ผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆสักมากกว่า

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านสามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์เจเนรัลมอเตอร์เอเชีย ในวันนี้เราจะพาไปดูกันสิว่าที่อื่นๆนอกจากที่เอเชียแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์จะมีที่ไหนอีกบ้าง และจะมีผลตอบรับดีหรือไม่ ในวันนี้เราเตรียมเอาไว้ให้แล้ว เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors World presence

General Motors World presence การส่งออกจีเอ็ม

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ในอเมริกาเหนือ

หากพูดถึงอเมริกาเหนือแล้วคงจะนึกถึงประเทศแคนาดาแน่นอน หากท่านใดที่สงสัยว่าอเมริกาเหนือเป็นแคนาดาได้ยังไงลองไปหาอ่านและศึกษากันดูนะครับ

เจเนรัลมอเตอร์แคนาดาลิมมิทิด แน่นอนว่าบริษัทนี้เป็นเหมือนกันกับบริษัทลูกต่างๆของแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์นั้นเอง แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือที่นี้ไม่ได้ใช้คนแคนาดาเป็นพนักงานทั้งหมด

อาจจะเป็นเพราะว่าพนักงานในบริษัทเจเนรัลมอเตอร์นั้นได้รับเงินจากทางอเมริกา เหมือนกับว่ามีการส่งพนักงานมาที่นี้ด้วย แบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ที่นี้นั้นจะให้ความสำคัญอยู่ 4 อย่างด้วยกัน นั้นก็คือ เชฟโรเลต คาดิลแลค บูอิค และจีเอ็มซี

แต่เราเคยบอกกันไปแล้วว่าแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์นั้นจะมีแผนที่จะเปลี่ยนระบบใหม่ และแผนนี้มันทำให้แบรนด์จีเอ็มนั้นได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ทั้งด้านของกำไรและการขายในตลาด เป็นเพราะในช่วงนั้นมีเรื่องของการตกงานเกือบล้าน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors World presence

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ต่อมาในช่วงปีพ.ศ.2548 การที่แบรนด์จีเอ็มได้มีการพัฒนาต่างๆก็ได้มีการนำเอามาใช้สักทีนั้นก็คือพลังงานโครเมียมที่ทางแบรนด์จีเอ็มได้มีการนำเอามาใช้แล้ว

ในปีค.ศ.2006 แบรนด์จีเอ็มได้มีการนำเอามาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ออกมา และเอาออกมาขายในอเมริกาเหนือ ต่อมาในปีค.ศ.2009 จีเอ็มได้มีความคิดที่จะมองถึงแผนที่แบรนด์ได้ให้ความสำคัญกับ 4 แบรนด์ที่บอกกันไป

และมันอาจจะทำให้แบรนด์จีเอ็มตกลง ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ.2555 ทางแบรนด์ได้มีการเอาผลกำไรจากตลาดมากถึง 18.4 เปอร์เซ็นต์ จากที่อเมริกาเอาเข้าหุ้นทั้งหมด

ช่วงปลายปีค.ศ.2018แบรนด์จีเอ็มได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 1.4 หมื่นคนที่อเมริกาเหนือ ไม่ใช่แค่พนักงานชั้นล่างเท่านั้นแต่รวมถึงระดับบริหารด้วย

บทความโดย จีคลับ

General Motors Asia 2

General Motors Asia 2 ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับโรงงานและที่ผลิตและแบรนด์ต่างๆที่เจเนรัลมอเตอร์ได้นำเข้ามาในเอเชียจากที่ฐานในประเทศจีน

ในตอนที่แล้วจะเห็นได้ว่าบริษัทที่จีนนั้นมีความสำคัญมากต่อแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ เพราะที่โรงงานที่จีนสามารภทำกำไรได้มาก ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เจเนรัลมอเตอร์เอเชีย

ในวันนี้เราจะมาต่อกันในช่วงที่เจเนรัลมอเตอร์มาที่เอเชีย และเจเนรัลมอเตอร์ในประเทศไทยก็มีเหมือนกันนะครับ และจะมีเรื่องราวในประเทศไทยมั้ย เอาหละวันนี้ไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Asia 2

General Motors Asia 2 เรื่องราวแบรนด์จีเอ็มในทวีปเอเชีย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่อราวของแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์เอเชีย 2

เริ่มเรื่องมาที่ช่วงสิงหาคม ปีพ.ศ. 2552 ได้มีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาลงทุนกับเจเนรัลมอเตอร์ด้วยนั้นก็คือ เอฟเอดับเบิ้ลยู จีเอ็ม ไลฟฟ์ ดูที่ คะเมอเชิล วีฮิเคิล จะเห็นว่าในปประเทศจีนจะมีรถที่เหมือนรถบรรทุกขนาดเล็กที่นิยมกันมาก

และด้วยความร่วมมือนี้ทำให้รถบรรทุกขนาดเล็กเจียฟางเกิดขึ้นมาได้ ต่อมาเรื่องของกำไรและยอดขายที่ทางแบรนด์เจเนรัลมอเตอร์ขายได้ที่จีนมันพุ่งมากถึง 28 เกือบถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ในปีพ.ศ.2553 ทางแบรนด์สามารถขายรถได้ถึง 2.351 ล้านคัน ทางแบรนด์ได้มีการสร้างศูนย์ที่เป็นการเอาไว้ใช้ในการวิจัยยานยนต์โดยที่นี้มีมูลค่าถึง 250 ล้านดอลลาร์ที่สร้างที่เซี่ยงไฮ้

ที่แห่งนี้จะมีเป้าหมายเพื่อที่จะทำการพัฒนาเรื่องของรถยนต์เบนซิน-ไฮบริด รถที่มีเชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆ รถไฟฟ้า เครื่องยนต์ต่างๆ และยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่จะนำเอามาใช้กับแบรนด์ด้วย

และทางแบรนด์ก็ได้มีแผนที่จะทำให้ยอดขายถึง2เท่า ในปีค.ศ.2010 หรือประมาณ 5 ล้านคันในปีค.ศ.2015 ทางด้านแบรนด์เอสเอไอซี-จีเอ็ม-วู่หลิง ได้มีการสร้างแบรนด์เป่าจุนที่เป็นแบรนด์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าแบรนด์อื่นๆก็ว่าได้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

General Motors Asia 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เพราะว่าแบรนด์นี้มีการนำเอาออกมาขายในราคาที่ถูกมาก และยังเป็นคู่แข่งสำคัญของ เฌอรี่ กีรี่ กับ บีไวดี ในรายแรกที่มีการมาของซื้อที่เป็นเหมือนตัวแทนรายแรกในราคา 1 หมื่นดอลลาร์

และในเหตการณ์นี้ทำให้ตลาดรถยนต์ในจีนมีถึง 5 ล้านคันต่อปี และตัวเลขนี้นั้นมากกว่าตลาดรถยนต์ในประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษรวมกันเสียอีก ว่าและทำไมในเอเชียรถเยอะกว่าที่อื่นๆ

แต่เรื่องที่ดีอาจจะกลายเป็นร้ายก็ได้ทางแบรนด์เป่าจุนอาจจะได้แข่งขันการขายกับแบรนด์แม่ก็ได้ แต่ทางแบรนด์เอสเอไอซี-จีเอ็ม-วู่หลิงก็ยังขายรถได้ถึง 1.23 ล้านในปีค.ศ.2010 ส่วนมากรถยนต์ที่ถูกซื้อไปจะเป็นรถยนต์แนวพาณิชย์สักมากกว่า

บทความโดย ufabet1688