Scania AB

Scania AB ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงที่จะไม่รู้จักกันกับ แบรนด์รถยนต์ นี้อย่างแน่นอน เพราะว่าแบรนด์รถยนต์นี้นั้นไม่มีอยู่ในประเทศไทยก็ว่าได้ หรืออาจจะมีแต่น่าจะน้อยมาก

ส่วนมากแล้วจะเห็นแบรนด์รถยนต์นี้ได้จะเป็นแถวฝั่งยุโรป แบรนด์รถยนต์นี้ไม่ได้เป็นแบรนด์รถยนต์เล็กๆนะครับ ถือได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศสวีเดนเลย

ทำไมรถยนต์นี้ถึงได้ครองใจคนสวีเดน แบรนด์รถยนต์นี้มีอะไรดีกว่าเบรนด์อื่นๆ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแบรนด์นี้กัน เอาหละถ้าพร้อมกันแล้วไปชมกัน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Scania AB

Scania AB แบรนด์รถยนต์ที่มีชื่อเสียงจากทางประเทศสวีเดน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติของแบรนด์รถยนต์ สแกนเนีย เอบี

เอบี สแกนเนีย เวียบิส ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 อันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการระหว่าง เวียบิส ซึ่งตั้งอยู่ในโซเดอร์ทาลเยและ มัสเกสต์แฟรดิกก์ แอคไทบอร์ลริเจิล เวียบิส

ซึ่งแบรนด์นี้จะอยู่ที่เมืองมัลโม เวียบิส ได้ถูกสร้างขึ้นในฐานะผู้ผลิตรถรางในปี ค.ศ.1891 ในขณะที่ มัสเกสต์แฟรดิกก์ แอคไทบอร์ลริเจิล เวียบิส ก่อตั้งขึ้นในฐานะผู้ผลิตจักรยาน

ในปี ค.ศ.1900 ทั้งสองบริษัทต่างพยายามสร้างรถยนต์ รถบรรทุก และเครื่องยนต์ แต่ประสบความสำเร็จต่างกันไป ในปี ค.ศ.1910 มัสเกสต์แฟรดิกก์ แอคไทบอร์ลริเจิล เวียบิส ประสบความสำเร็จในการสร้างยานพาหนะที่เชื่อถือได้

ในขณะที่ เวียบิส ใกล้จะปิดตัวลง ข้อเสนอจาก เพอร์ อัลเฟรด นอร์เดมันกรรมการผู้จัดการของ มัสเกสต์แฟรดิกก์ แอคไทบอร์ลริเจิล เวียบิส ให้กับผู้ผลิตเหล็ก สุรหัมมาศ บรูก เจ้าของ เวียบิส นำไปสู่ข้อตกลงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2453 และในปี พ.ศ. 2454 การควบรวมกิจการก็เป็นความจริง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Scania AB

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

การทำและผลิตของต่างๆหรือจะเป็นพวกเครื่องยนต์ยังรวมไปถึงพวกรถยนต์เล็กจะถูกสร้างขึ้นที่ เซอเดอร์เทลเย ในขณะที่รถบรรทุกผลิตในเมือง มัลเมอ

โลโก้ของบริษัทได้รับการออกแบบใหม่จากโลโก้ดั้งเดิมของ มัสเกสต์แฟรดิกก์ แอคไทบอร์ลริเจิล เวียบิส ที่มีส่วนหัวเป็นกริฟฟิน ซึ่งเป็นตราประจำภูมิภาคของ เวียบิส ของสวีเดน

โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ชุดโซ่จักรยานสามก้าน ในขั้นต้นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองมัลเมอ แต่ในปี พ.ศ. 2455 พวกเขาก็ถูกย้ายไปที่เซอเดอร์เตลเย

อันนี้เป็นเพียงแค่เรื่องราวความเป็นมาและการสร้างของแบรนด์รถยนต์สแกนเนีย เอบี ถือได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีการทำขึ้นมาได้ดีมาก และถือได้ว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่แปลกมากสำหรับคนไทย ในตอนหน้าเรายังมีเรื่องราวของแบรนด์สแกนเนีย เอบีอีกนะครับ ติดตามได้ในตอนหน้า

บทความโดย ufabet1688

Production models Mini

Production models Mini หลายๆตอนที่ผ่านมาเราได้นำข้อมูลที่ไปหามาของแบรนด์รถยนต์มินิได้บอกเล่าให้ทุกท่านฟังกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการเริ่มต้นของแบรนด์รถยนต์มินิ

เรื่องราวของแบรนด์ในปัจจุบัน ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านกันได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์รถยนต์มินิ ในวันนี้หลายๆท่านคงจะเคยเห็นรถยนต์มินิกันมาแล้ว

จะรู้ดีว่าแบรนด์มินินั้นมีหลายรุ่น หลายการดีไซน์ต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันออกไป มาดูกันว่าในตอนนี้จะเป็นมินิรุ่นอะไรจะเก่าหรือใหม่ เอาหละถ้าหากพร้อมกันแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Production models Mini

Production models Mini รถยนต์มินิแต่ละรุ่น

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติการออกแบดีไซน์มินิมาร์ก 3-7

มินิมาร์ก3 เปิดตัวในปี ค.ศ.1969 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงของ มาร์ก 2 พร้อมตัวถังดัดแปลง การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือประตูบานใหญ่ที่มีบานพับปกปิด

ฝากระโปรงหลังสูญเสียแผ่นป้ายทะเบียนแบบบานพับดั้งเดิมและรูปทรงแบบเว้า ส่วนไฟท้ายขนาดใหญ่ที่มีรหัสสีติดตั้งเข้าที่ พร้อมด้วยกระจกมองข้างด้านหลังที่ใหญ่ขึ้น

หน้าต่างบานเลื่อนถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างที่คดเคี้ยว แม้ว่า มาร์ก 1 มินิ ที่ผลิตในออสเตรเลียบางรุ่นได้นำคุณลักษณะนี้มาใช้ในปี ค.ศ.1965 ระบบกันสะเทือนเปลี่ยน

จาก ไฮโดรลาสติก เป็นกรวยยาง เป็นมาตรการประหยัดต้นทุน การผลิตที่โรงงานคาวลีย์สิ้นสุดลง และชื่อง่ายๆ มินิ เข้ามาแทนที่แบรนด์ออสตินและมอร์ริสที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง

มาร์ก 4 ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ.1976 ได้เปิดตัวซับเฟรมยางด้านหน้าที่มีโบลต์ทาวเวอร์เดี่ยวและบุชขนาดใหญ่ที่เฟรมด้านหลัง นอกจากนี้ ตัวบ่งชี้ก้านคู่ถูกนำมาใช้กับแป้นเหยียบขนาดใหญ่ และตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520 เป็นต้นมา ไฟเลี้ยวด้านหลังมีไฟถอยหลังรวมอยู่ด้วย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Production models Mini

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ในมินิมาร์ก 5 ได้ถูกนำออกมาเปิดตัวในปี ค.ศ.1984 รุ่นนี้จะมีดิสก์เบรกขนาด 210 มม. และได้ทำซุ้มล้อออกมาในรูปแบบของพลาสติก (ซุ้มโค้งพิเศษขนาดเล็ก) แต่ยังคงรูปทรงเปลือกตัวถัง มาร์ก  4 ไว้เหมือนเดิม

สำหรับ มาร์ก 6 ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ.1990 รุ่นที่6ของมินินี้นั้นได้มีการวางแผนที่จะทำเครื่องยนต์เพื่อที่จะให้มีกำลังเครื่องถึง 1,275 ซีซี และรวมถึงรุ่นคาร์บูเรเตอร์ เอชไอเอฟ บวกกับรถยนต์หัวฉีดเชื้อเพลิงจุดเดียวซึ่งออกมาในปี 1991

หน่วยกำลัง 998 ซีซีถูกยกเลิก การเปิดฝากระโปรงหน้าภายในได้รับการติดตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ.1992
มาที่มินิมาร์ก 7 จะถูกนำออกมาเปิดตัวในปี ค.ศ.1996 เป็นมินิรุ่นล่าสุดในการทำออกมาของมินิ สองประตูดั้งเดิม รุ่นนี้มินิได้มีการเพิ่มระบบหัวฉีดแบบทวินพอยต์พร้อมหม้อน้ำด้านหน้า พร้อมด้วยแผงหน้าปัดแบบเต็มความกว้างและถุงลมนิรภัยด้านคนขับ

บทความโดย ufabet1688

Mini 2000 to present

Mini 2000 to present หลังจากในตอนที่แล้วทำให้เรารู้กันว่าแบรนด์รถยนต์มินินั้นอยู่ในความดูแลของบริษัทอะไรกันอยู่ ในตอนที่แล้วจะเป็นช่วงเวลาในปีค.ศ.1999 ถึง ปีค.ศ.2000 มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้กลับไปอ่านกันก่อนนะครับ มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นเยอะ สามารถอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์รถยนต์มินิ

ในวันนี้เราจะพาไปชมกับเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ขนาดเล็กอย่าง มินิ ว่าตั้งแต่ปีค.ศ.2000ถึงปัจจุบันนั้นมีความเป็นมายังไงและมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini 2000 to present

Mini 2000 to present เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์มินิ

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์มินิ ค.ศ.2000ถึงปัจจุบัน

มาร์ก 7 มินิ เป็นรถยนต์รุ่นสุดท้าย และยังมี 5,387,862 และทางแบรนด์รถยนต์มินิรุ่นที่ทำการผลิตเป็นรุ่นสุดท้ายก็คือ คูเปอร์สปอร์ต สีแดง ถูกสร้างขึ้นที่โรงงาน ลองบริดจ์

ในเดือนตุลาคม ค.ศ.2000 รถคันนี้ถูกขับออกจากสายการผลิตโดยนักร้องเพลงป็อป ลูลู่ และต่อมาได้นำไปติดตั้งที่ เฮอริเทจ มอเตอร์ เซ็นเตอร์ ใน เกย์ดอน ข้างๆ

กับ มินิมาร์ก เครื่องแรกที่ฉันเคยสร้าง มินิแฮทช์/ฮาร์ดท็อป พวกเขาได้ทำรุ่นใหม่ออกมาวางจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือมันขายดีมากๆ

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 บีเอ็มดับเบิลยูได้ประกาศการลงทุน 100 ล้านปอนด์ในโรงงานขนาดเล็กในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร สร้างงานใหม่ 200 ตำแหน่ง และทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini 2000 to present

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ที่งาน งานแสดงรถยนต์นานาชาติที่อเมริกาเหนือ ในเดือนมกราคม ค.ศ.2011 ทางด้านแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูได้ออกมาบอกว่าจะทำการเพิ่มขนาดของตัวรถมินิ

โดยการที่พวกเขาจะเปิดตัวรถสปอร์ตครอสโอเวอร์สองประตูใหม่สองรุ่นซึ่งใช้แนวคิดรถแนวคิด มินิ เพซแมน โดยมีรุ่นคูเป้วางแผนที่จะเข้าสู่การผลิต ค.ศ.2011

และรถเปิดประทุนที่จะตามมาในปี ค.ศ.2012 ในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554 ทางด้านแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูได้มีการออกมาพูดว่าจะทำการลงทุนมูลค่า 500 ล้านปอนด์ในสหราชอาณาจักรในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์มินิเป็นเจ็ดรุ่น

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2017 บีเอ็มดับเบิลยูได้ประกาศว่ารถมินิไฟฟ้าจะถูกสร้างขึ้นที่โรงงานคาวลีย์ ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งจะเริ่มการผลิตในปี ค.ศ.2019 มันจะผลิตในประเทศจีนด้วย

บทความโดย ฝากขั้นต่ำ100

Mini 1990 to 2000

Mini 1990 to 2000 จากในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์มินิมาแล้ว ในประเทศไทยเรานั้นถือได้ว่ามินิใช้งานกันมากมาย และเป็นรถยนตร์ที่สามารถใช้งานได้ง่าย

แถมผู้หญิงยังใช้งานกันมากเพราะว่าเป็นรถยนต์เล็กขับง่าย แถมยังดูหรูหราอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านกันได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์รถยนต์มินิ

ในวันนี้เราจะพาไปชมกับเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์มินิที่อยู่ในช่วงเวลาของปีค.ศ.1999ถึงค.ศ.2000 บอกได้เลยว่าน่าสนใจมาก ท่านใดที่ใช้งานมินิอยู่นั้นจะได้รู้ว่ารถยนต์เป็นมายังไง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini 1990 to 2000

Mini 1990 to 2000 เรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์รถยนต์มินิ

ประวัติแบรนด์รถยนต์มิน 1999 ถึง ค.ศ.2000

ในช่วงปี ค.ศ.1990 ทางด้านแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูพวกเขาอยากที่จะขยายบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์ด้วยการเพิ่มรถยนต์คอมแพคและเอสยูวี

พวกเขามีความคิดที่อยากจะทำรถยนต์ที่มีขนาดเล็กสามารถใช้งานได้ง่ายมีอยู่หลายรุ่นจากบริษัท ในช่วงต้นปีค.ศ.1990 อย่างแรกคือ อี1 และ ซี13 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู ขนาด 1100 ซีซีที่ติดตั้งด้านหลัง ตามลำดับ

ในช่วงต้นปี ค.ศ.1994 บีเอ็มดับเบิลยู ได้ซื้อกิจการ โรเวอร์กรุ๊ป จาก บริติช แอโรสเพส ซึ่งเป็นเจ้าของ มินิ รวมถึงแบรนด์อื่นๆ บีเอ็มดับเบิลยูยืนยันว่าแม้แต่รุ่นกะทัดรัดก็ต้องมีคุณสมบัติตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู (อย่างระบบขับเคลื่อนล้อหลัง)

พวกเขาพยายามที่จะรักษามาตราฐานของทางบริษัทเอาไว้ ไม่ว่ายังไง แบรนด์ มินิ ไม่ได้แบ่งปันมาตรฐานเหล่านี้ และ บีเอ็มดับเบิลยู เห็นว่านี่เป็นโอกาสในการสร้างรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่มีราคาที่แข่งขันได้

แต่ระดับพรีเมียม สิ่งนี้ทำให้เกิดแผนของ บีเอ็มดับเบิลยู ที่จะเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู 1 ซีรี่ย์ ระดับพรีเมียมและ มินิ ระดับกลาง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini 1990 to 2000

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ในตอนที่ โรเวอร์ กำลังทำการศึกษาเพื่อที่จะได้รับช่วงต่อจาก มินิ รุ่นดั้งเดิม แนวคิดแรกคือ เอซีวี 30 ซึ่งเปิดตัวที่ มอนติคาร์โลแรลลี่ 1997 ชื่อนี้เป็นเพียงบางส่วนของตัวย่อของ แอนนิเวอร์ซารี คอนเซพท์ วีฮิเคิล

ในขณะที่ 30 หมายถึง 30 ปีที่ผ่านไปตั้งแต่ มินิชนะการแข่งขัน มอนติคาร์โลแรลลี่ เป็นครั้งแรก ตัวรถเป็นคูเป้สองประตูที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เอ็มจี เอฟ ที่ติดตั้งด้านหลัง

ไม่กี่เดือนต่อมา โรเวอร์ ได้ออกแนวคิดใหม่ คราวนี้ รถยนต์คู่หนึ่งชื่อ สพีริชวล และ สพีริชวล ทู ยานพาหนะเหล่านี้เป็นความพยายามที่สมจริงมากขึ้นในการสร้าง มินิ ที่ทันสมัย

และใกล้เคียงกับการสร้างโครงการ มินิ อย่างเป็นทางการของ บีเอ็มดับเบิลยู แม้ว่าคู่สองประตูและสี่ประตูจะสวมป้ายมินิ แต่ยานพาหนะทั้งสองคันยังคงเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น

บทความโดย ufabet1688

Mini

Mini หลายๆท่านคงที่จะไม่รู้กันว่าแบรนด์รถยนต์เล็กๆอย่างแบรนด์ มินิ นั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานแล้ว หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์กันไป

ถ้าหากท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านกันได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์ไครสเลอร์ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์มินิกัน อาจจะเป็นแบรนด์ของใครหลายๆคน

เราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยนั้นมีรถยนต์มินิมากมาย ถือได้ว่าในประเทศไทยนั้นนิยมกันมาก เอาหละถ้าหากพร้อมกันแล้ว ไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini

Mini แบรนด์รถยนต์ที่มีขนาดเล็กน่ารักที่น่าใช้งานมาก

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติแบรนด์รถยนต์มินิ

มินิ สองประตูดั้งเดิมเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่ผลิตโดย บริติช มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น หรือ บีเอ็มซี และผู้ที่เข้ามาดูแลในปี ค.ศ.1959 ถึง ค.ศ.2000 ถือเป็นไอคอนของในช่วงปีค.ศ.1960

และประหยัดพื้นที่ รูปแบบขับเคลื่อนล้อหน้า (ซึ่งอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นปูรถสำหรับผู้โดยสารและกระเป๋าเดินทาง) มีอิทธิพลต่อรุ่นของผู้ผลิตรถยนต์

รถยนต์รุ่นนี้ถือว่าอังกฤษเทียบเท่ากับ ฟ็อลคส์วาเกิน บีเทิล ร่วมสมัยในเยอรมัน ซึ่งได้รับความนิยมใกล้เคียงกันในอเมริกาเหนือ ในปี พ.ศ.2542 มินิได้รับเลือกให้เป็นรถยนต์ทรงอิทธิพลที่สุดอันดับสองของศตวรรษที่ 20 รองจากฟอร์ด โมเดล ที

รถยนต์ของแบรนด์มินิที่เป็นลักษณะสองประตูนั้นได้รับการออกแบโดย บีเอ็มซี โดย เซอร์ อเล็ค อิสซิโกนิส ผลิตที่โรงงาน ลองบริดจ์ และ คาวลีย์ ในอังกฤษ

โรงงาน วิคตอเรีย พัก เซตแลนด์ บริติช มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (ที่ออสเตรเลีย) ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย และต่อมาในสเปน เบลเยียม ชิลี อิตาลี โปรตุเกส ใต้ แอฟริกา อุรุกวัย เวเนซุเอลา

และยูโกสลาเวีย มินิ มาร์ก 1 มีการอัปเดตที่สำคัญสามรายการในสหราชอาณาจักร มาร์ก 2, คลับแมน และ มาร์ก 3 ภายในมีรูปแบบต่างๆ มากมาย เช่น รถยนต์เอสเตท

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Mini

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

รถกระบะ รถตู้ และ มินิโมค ซึ่งเป็นรถบั๊กกี้ที่เหมือนรถจี๊ป มินิคูเปอร์ และ มินิคูเปอร์เอส เป็นรุ่นสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จในฐานะรถแรลลี่ โดยชนะการแข่งขัน มอนติคาร์โลแรลลี่

สี่ครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 ถึง พ.ศ.2510 แม้ว่าในปี พ.ศ.2509 มินิจะถูกตัดสิทธิ์หลังจากเสร็จสิ้นพร้อมกับผู้เข้าแข่งขันชาวอังกฤษอีกหกรายซึ่ง รวมสี่คันแรกที่เสร็จสิ้น

ภายใต้การพิจารณาคดีที่น่าสงสัยว่ารถใช้ไฟหน้าและไฟสปอร์ตไลท์รวมกันอย่างผิดกฎหมาย เริ่มแรก มินิส์ วางตลาดภายใต้ชื่อ ออสติน

และ มอร์ริส ในชื่อ ออสติน เซเว่น และ มอร์ริส มินิ ไมเนอร์ จนในที่สุด มินิ สามารถเป็นแบรนด์ที่สามารถอยู่ในการดูแลของตัวเองได้ในปี ค.ศ.1969 มินิถูกวางตลาดอีกครั้งภายใต้ชื่อออสตินในปี ค.ศ.1980

บทความโดย ufabet.com

Effects of Great Recession

Effects of Great Recession จากในตอนที่แล้วทางแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์นั้นได้มีการโยกแยกหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในการปรับเปลี่ยนจิ๊ปให้ออกมาเป็นเดี่ยว และยังมีเรื่องราวมากมายในตอนที่แล้ว

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารอ่านได้ที่ คลิก เดมเลอร์ไครสเลอร์ ในตอนนี้ในช่วงที่เลวร้ายทางเศรษฐกิจมากๆ อย่างที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อของ ต้มยำกุ้ง นั้นเอง

ความเลวร้ายทางเศรษฐกิจนี้มีผลไปทั่วโลกเหมือนกันนะครับ และแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์นั้นจะมีการรับมือยังไง วันนี้เราเตรียมข้อมูลเอาไว้ให้ทุกท่านกันแล้ว เอาหละร้อมกันแล้วใช่มั้ยไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Effects of Great Recession

Effects of Great Recession ช่วงเวลาที่เลวร้ายทางเศรษฐกิจ

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ช่วงเวลาที่เลวร้ายทางเศรษฐกิจ

ช่วงเวลาที่เลวร้ายทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2550-พ.ศ.2552 ผลักดันให้บริษัทที่เปราะบางต้องเผชิญ เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552 ผู้ผลิตรถยนต์ได้ยื่นคำร้องเพื่อคุ้มครองการล้มละลายในบทที่ 11

เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจรจาโครงสร้างหนี้และภาระผูกพันอื่นๆ ใหม่ ซึ่งส่งผลให้บริษัทผิดนัดชำระหนี้ที่มีหลักประกันมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ รัฐบาลสหรัฐ อธิบายการกระทำของบริษัทว่าเป็น การล้มละลายทางศัลยกรรมในด้านต่างๆ

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ทรัพย์สินทั้งหมดของไครสเลอร์ได้ถูกขายให้กับ นิวไครสเลอร์ ซึ่งจัดเป็น บริษัทไครสเลอร์กรุ๊ปแอลแอลซี รัฐบาลกลางได้เข้ามาให้การช่วเหลือทางด้านการเงิน 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งใกล้เคียงกับ 21 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้ ซีอีโอ เซร์คีโอ มาร์ชิโอนน์ ได้เปิดตัว เวิร์ด คลาส แมนนิวแฟคเชอะนิ่ง หรือ ดับเบิ้ลยูซีเอ็ม ซึ่งเป็นระบบคุณภาพการผลิตอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลายอย่างอีกครั้งด้วยคุณภาพและความหรูหรา รถจี๊ปแกรนด์เชอโรกีปี ค.ศ.2010 ได้กลายเป็นรถเอสยูวีที่ได้รับรางวัลมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Effects of Great Recession

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

แผนก แรม, จิ๊ป, ดอดจ์, เอวอาร์ที และ ไครสเลอร์ ถูกแยกจากกันเพื่อมุ่งเน้นไปที่เอกลักษณ์และแบรนด์ของตนเอง และมีการรีเฟรชโมเดลหลัก 11 รุ่นใน 21 เดือน โมเดลพีทีครูเซอะ , ไนโตร, ลิบเบอที

และ แคลลิเบอะ ถูกยกเลิก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ.2011 ไครสเลอร์ได้ทำการคืนเงินที่กู้มาได้ 7.6 พันล้านดอลลาร์ ให้กับรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาและแคนาดากระทรวงการคลังสหรัฐ

ลงทุน 12.5 พันล้านดอลลาร์ในไครสเลอร์และกู้คืน 11.2 พันล้านดอลลาร์เมื่อมีการขายหุ้นของ บริษัท ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2554 ส่งผลให้ขาดทุน 1.3 พันล้านดอลลาร์

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.2011 เฟียต ได้ทำการเข้าซื้อหุ้นของไครสเลอร์ในตอนนั้นหน่วยงานที่ถืออยู่คือกระทรวงการคลังสหรัฐ การซื้อครั้งนี้ทำให้ไครสเลอร์เป็นเจ้าของต่างประเทศอีกครั้ง

คราวนี้เป็นแผนกสินค้าฟุ่มเฟือย ไครสเลอร์ 300 ได้รับตรา แลนเซีย ธีม ในตลาดยุโรปบางแห่ง ทำให้ แลนเซีย มีความจำเป็นอย่างมากในการทดแทนสำหรับเรือธง

บทความโดย เสือมังกร

1998-2007 DaimlerChrysler

1998-2007 DaimlerChrysler ในหลายๆตอนที่แล้วเราด้าทุกท่านนั้นไปชมกันกับประวัติความเป็นมาของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ หรือ ไครสเลอร์ กรุ๊ป แอลแอลซี จากในตอนที่แล้วแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ได้ประสบปัญหาของการเงิน

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว แนะนำให้กลับไปอ่านกันก่อนนะครับ สามารถอ่านได้ที่ คลิก ปัญหาการเงินแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์

ในวันนี้เราจาไปชมกันกับการที่แบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์นั้นเข้าไปซื้อบริษัท… เอาหละเราได้เตรียมเนื้อหาเอาไว้ให้แล้ว หากข้อมูลตรงไหนไม่ถูกต้อง ต้องขอโทษด้วยนะครับ เอาหละไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

1998-2007 DaimlerChrysler

1998-2007 DaimlerChrysler การัฒนาเข้าสู่การซื้อบริษัทใหม่

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

1998-2007 เดมเลอร์ไครสเลอร์

เริ่มเรื่องมาในปี พ.ศ. 2541 ไครสเลอร์และบริษัทในเครือได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกันภายใต้ชื่อ การควบรวมกิจการที่เท่าเทียมกัน กับบริษัท เดมเลอร์ เอจี ในเยอรมนี ทำให้เกิดการควบรวมกิจการของ เดมเลอร์ไครสเลอร์ เอจี

สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ถือหุ้นหลายราย เดมเลอร์ได้ทำการซื้อไครสเลอร์เพื่อทีจะนำเอามาแลกกับหุ้น และบ็อบ อีตัน ซีอีโอของไครสเลอร์ก็ได้เกษียณออกไป

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าจำเป็นต้องมีการควบรวมกิจการเนื่องจากบริษัท อีตัน ขาดการวางแผนสำหรับไครสเลอร์ในช่วงปีค.ศ. 1990 เพื่อเป็นบริษัทยานยนต์ระดับโลกของตนเอง

ภายใต้ เดมเลอร์ไครสเลอร์ บริษัทได้รับการตั้งชื่อว่า เดมเลอร์ไครสเลอร์ โมโตร คอมปะนี แอลแอลซี โดยมีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปเรียกว่า ดีซีเอ็กซ์ แบรนด์ อีเกิล

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

1998-2007 DaimlerChrysler

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ถูกยกเลิกไม่นานหลังจากการควบรวมกิจการของ ไครสเลอร์ กับ เดมเลอร์-เบนซ์ ในปี ค.ศ.1998 จิ๊ปถูกให้มีการแยกออกมาเดี่ยวๆและได้มีการที่จะนำเอาจิ๊ปไปรวมกับ ไครสเลอร์ และ จิ๊ป เข้าด้วยกันเป็นหน่วยขายเดียว ในปี พ.ศ.2544 แบรนด์ พลิมัท ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน

ยูโรสตาร์ยังสร้างไครสเลอร์ พีที ครุยเซอร์ในปี พ.ศ.2544 และ พ.ศ.2545 บริษัทร่วมทุนในออสเตรียถูกขายให้กับแม็กนา อินเตอร์เนชั่นแนลในปี พ.ศ.2545

และกลายเป็นแม็กนา สเตเยอร์ ยานโวเอเจอร์ยังคงผลิตต่อไปจนถึงปี พ.ศ.2550 ในขณะที่ไครสเลอร์ 300ซี จี๊ป แกรนด์ เชอโรกี และผู้บัญชาการรถจี๊ป ก็ถูกสร้างขึ้นที่โรงงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ถึง พ.ศ.2553

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2550 เดมเลอร์ไครสเลอร์ได้มีการประกาศขายกลุ่มไครสเลอร์ 80.1 เปอรเซ็นต์ ให้กับบริษัทไพรเวทอิควิตี้ของอเมริกา เซอร์เบอรัส คิเทิล แมนนิจเมินท, แอลพี

ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ ไครสเลอร์ แอลแอลซี แม้ว่าเดมเลอร์ (และได้เปลี่ยนชื่อเป็น เดมเลอร์ เอจี) ยังคงถือหุ้น 19.9 เปอรเซ็นต์ ​​ต่อไป

บทความโดย ufabet888

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1963 Part 2

Chrysler 1963 Part 2 จากในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์กันมา ตอนจบตอนที่แล้วไครสเลอร์นั้นกำลังดูเหมือนที่จะแย่ลง ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนแรก สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวไครสเลอร์1963

หลังจากไครสเลอร์กำลังย้ำแย่กับเรื่องทางการเงินดูเหมือนที่กำลังจะเจ๋งแล้วเอาง่ายๆเลยครับ ในตอนนี้แบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์นั้นจะทำยังไง รัฐบาลจะเข้ามาช่วยแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างไครสเลอร์มั้ย วันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกัน พร้อมแล้วใช่มั้ยไปลุยเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1963 Part 2

Chrysler 1963 Part 2 เรื่องราวแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ 1963 พาร์ท 2

ต่อจากตอนที่แล้วพระราชบัญญัติการค้ำประกันเงินกู้ให้การค้ำประกันเงินกู้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ พระราชบัญญัติรับประกันเงินกู้กำหนดให้ไครสเลอร์ได้รับสัมปทานหรือความช่วยเหลือมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์

จากแหล่งภายนอกรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับการออม 650 ล้านดอลลาร์ การขายทรัพย์สิน 300 ล้านดอลลาร์ สัมปทานภาษีท้องถิ่นและของรัฐ 250 ล้านดอลลาร์

และมีเรื่องของลดค่าจ้างอยู่ที่ประมาณ 590 ล้านดอลลาร์ และได้ทำการประกาศขายหุ้นอีก 50 ล้านดอลลาร์ 180 ล้านดอลลาร์มาจากสัมปทานจากตัวแทนจำหน่ายและซัพพลายเออร์

หลังจากช่วงระยะเวลาของการปิดโรงงานและการลดเงินเดือนที่ตกลงกันโดยทั้งฝ่ายบริหารและสหภาพยานยนต์ เงินกู้ยืมดังกล่าวก็ได้รับการชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยในปี พ.ศ.2526

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2526 ได้มีการแนะนำ ดอดจ์แคราแวน พลีมัธ โวเอเจอร์โดยกำหนดให้รถมินิแวนเป็นประเภทหลัก และ การเริ่มต้นของไครสเลอร์กลับสู่เสถียรภาพ

ในปี ค.ศ.1985 ไดมอนด์สตาร์มอเตอร์สได้ถูกสร้างขึ้น เพื่อขยายความสัมพันธ์ของไครสเลอร์-มิตซูบิชิ ในปี ค.ศ.1987 ไครสเลอร์เข้าซื้อกิจการของ อเมริกัน โมโตร คอร์พะเรเชิน ซึ่งนำแบรนด์รถจี๊ปที่ทำกำไรได้ภายใต้ร่มของไครสเลอร์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1963 Part 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ในปี ค.ศ.1985 ไครสเลอร์ได้ทำข้อตกลงกับ เอเอ็มจี เพื่อผลิต ไครสเลอร์ เอ็ม แพลตฟอร์ม เรียร์ไดฟ์ท เช่นเดียวกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า ดอดจ์ โอมิสส์

ในโรงงาน เคโนชา รัฐวิสคอนซินของ เอเอ็มจี ในปี ค.ศ.1987 ไครสเลอร์ได้เข้าถือหุ้น 47 เปอร์เซ็นต์ ของ เอเอ็มจี ซึ่งถือโดยเรโนลต์ หุ้นที่เหลือของ เอเอ็มจี

ถูกซื้อใน เอ็นไวน์เอสอี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2530 ทำให้ข้อตกลงนี้มีมูลค่าระหว่าง 1.7 พันล้านดอลลาร์ถึง 2 พันล้านดอลลาร์ขึ้นอยู่กับวิธีการนับต้นทุน

ลี ไอเอค็อกคา ซีอีโอของ ไครสเลอร์ ต้องการแบรนด์ จี๊ป โดยเฉพาะ จี๊ป แกรนด์ เชอโรกี ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โรงงานผลิตระดับโลกแห่งใหม่ในเมือง บรามาเลีย รัฐออนแทรีโอ และความสามารถด้านวิศวกรรมและการจัดการของ เอเอ็มจี

บทความโดย ufa168

Chrysler 1963

Chrysler 1963 จากในตอนที่แล้วทางแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ว่าจะเป็น การทำหัวฉีดให้ทันสมัยขึ้น และไครสเลอร์ยังมีการทำรถยนต์เป็นเกียร์ออโต้ด้วยนะครับ

เราแนะนำให้ทุกท่านกลับไปอ่านในตอนที่แล้วก่อนนะครับ บางอย่างมีความเชื่อมโยงกัน สามารถอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์ไครสเลอร์1957 ในปีที่กำลังมีการเปลี่ยนมากมายทั่วโลกไครสเลอร์จะมีการปรับเปลี่ยนและรับมือยังไง

และยังมีการเปิดให้คนมาลงทุนด้วยนะครับ เราได้เตรียมมาไว้ให้แล้วเช่นเคย เอาหละถ้าหากพร้อมกันแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1963

Chrysler 1963 ประวัติความเป็นมาของรถยนต์แบรนด์ไครสเลอร์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ 1963

ตอนนี้เริ่มต้นที่ปีพ.ศ. 2506 ถึง พ.ศ. 2512 แบรนด์ไครสเลอร์นั้นได้นำเงินเพื่อเข้าซื้อบริษัทซิมกาของฝรั่งเศส บริษัทรูตส์ของอังกฤษ และบาร์เรโรของสเปนอย่างเต็มรูปแบบ

โดยรวมเข้าด้วยกันเป็นไครสเลอร์ยุโรปในปี พ.ศ. 2510 ในปี พ.ศ. 2513 ได้มีการจัดตั้งหุ้นส่วนด้านวิศวกรรมกับมิตซูบิชิมอเตอร์ส และไครสเลอร์ได้เริ่มต้นขึ้น ขายรถยนต์มิตซูบิชิที่มีตราสินค้าว่า ดอดจ์ และ พลิมัท ในอเมริกาเหนือ

ไครสเลอร์พยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของปี ค.ศ.1970 เมื่อรสนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ขนาดเล็กในช่วงต้นปี ค.ศ.1970

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 2516 ไครสเลอร์ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการ แม้ว่ารุ่นกะทัดรัดของพวกเขาบนแพลตฟอร์มตัวถัง เอร์ อย่าง ดอดจ์ ดาร์ท

และ พลีมัธ แวลเยินท์ ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประหยัดและเชื่อถือได้ และขายดีมาก ภาระเพิ่มเติมมาจากการแข่งขันการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ

และกฎระเบียบของรัฐบาลที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ การประหยัดเชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษ ความที่แบรนด์ไครสเลอร์นั้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุด

Chrysler 1963

อยู่ดีๆไครสเลอร์ก็ขาดทรัพยากรทางการเงิน แบรนด์ไครสเลอร์ได้หาทางต่อ ในปี ค.ศ.1976 เมื่อ ดาร์ท แวลเยินท์ ที่ไว้วางใจได้เสียชีวิตลง การควบคุมคุณภาพก็ลดลง

การเปลี่ยน ดอดจ์แอสเพน และ พลีมัธ โวลาเร นั้นสะดวกสบายและใช้งานได้ดี แต่ในไม่ช้าเจ้าของรถก็ประสบปัญหาความน่าเชื่อถือที่สำคัญซึ่งพุ่งเข้าสู่รุ่นอื่นเช่นกัน

เครื่องยนต์ขัดข้องและหรือทำงานได้ไม่ดี และร่างกายเกิดสนิมขึ้นก่อนเวลาอันควร ในปี ค.ศ.1978 ลี ไอเอค็อกคาถูกนำตัวเข้ามาเพื่อเปลี่ยนบริษัท และในปี ค.ศ.1979 ไอเอค็อกคา ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ

เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในตอนหน้าเราจะมาต่อกัน

บทความโดย ufa168

Chrysler 1957

Chrysler 1957 เป็นยังไงบ้างครับหลังจากที่ได้ไปชมกับเรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ หรือ บริษัท ไครสเลอร์ กรุ๊ป แอลแอลซี แบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ในตอนที่แล้วได้มีการทำรถยนต์ออกมาเพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่ง

และยังมีการทำออกมาในหลายๆรูปแบบหลายๆราคาด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้กับไปอ่านได้ที่ คลิก แบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์1928

อย่างที่รู้กันครับแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจและมีประวัติที่ยาวนานมาก ในวันนี้เราได้หาข้อมูลของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ในปีค.ศ.1957มาไว้ให้แล้ว เอาหละถ้าพร้อมแล้วไปชมกัน

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1957

Chrysler 1957 เรื่องราวการพัฒนาการของแบรนด์รถยนต์ชื่อดัง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของแบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ 1957

มาเริ่มกันที่ในวันที่ 28 กันยายน ปี พ.ศ. 2500 แบรนด์รถยนต์ไครสเลอร์ได้มีการประกาศว่าทางแบรนด์นั้นจะทำหัวฉีดให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์

เป็นครั้งแรกโดยเป็นตัวเลือกสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ปี 1958 บางรุ่น ความพยายามครั้งแรกในการใช้ระบบนี้คือ อเมริกัน โมโตร กับ แรมเบลอร์ เรบเบิล 2500 อเล็กทิกก์เดย์เตอร์ ของ เบ็นดิกซ์

ใช้กล่องโมดูเลเตอร์สมองของคอมพิวเตอร์ทรานซิสเตอร์ แต่ปัญหาการงอกของฟันในรถยนต์ก่อนการผลิตหมายความว่ามีการผลิตรถยนต์น้อยมาก ระบบ อีเอฟไอ

ใน แรมเบลอร์ ทำงานได้ดีในสภาพอากาศที่อบอุ่น แต่สตาร์ทติดยากในอุณหภูมิที่เย็นกว่า และ เอร์เอ็มซี ตัดสินใจที่จะไม่ใช้ระบบ อีเอฟไอ นี้ ในรถยนต์ที่ผลิต แรมเบลอร์ เรบเบิล ปี 1957

ซึ่งขายให้กับสาธารณะ ไครสเลอร์ยังใช้ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง อเล็กทิกก์เดย์เตอร์ ของ เบ็นดิกซ์ และมีเพียง 35 คันเท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นด้วยตัวเลือกนี้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Chrysler 1957

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ในการผลิตรถยนต์รุ่นที่ผลิตในปี ค.ศ.1958 ที่ผลิตขึ้นในปี 1958 เจ้าของ อีเอฟไอ ไครสเลอร์ ไม่พอใจอย่างยิ่งที่ทุกคนได้รับการติดตั้งคาร์บูเรเตอร์ใหม่ (ในขณะที่ตัวนั้นได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์โดยปัญหาอิเล็กทรอนิกส์ อีเอฟไอ ดั้งเดิมได้รับการแก้ไขแล้ว)

อิมพีเรียลจะเห็นรูปแบบตัวถังใหม่ทุกๆ สองถึงสามปี ทั้งหมดนี้มีเครื่องยนต์ วี8 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ และทำให้สิ่งของต่างๆที่แบรนด์ได้พัฒนามาสามารถที่จะทำรุ่นต่อๆไปได้ ของบริษัทไครสเลอร์ อิมพีเรียลถูกพับกลับเข้าไปในแบรนด์ไครสเลอร์ในปี พ.ศ.2514

แวลเยินท์ ยังเปิดตัวในปี ค.ศ.1960 ในฐานะแบรนด์ที่แตกต่าง ในตลาดสหรัฐอเมริกา แวลเยินท์ ได้สร้างแบบจำลองในสายการผลิต พลิมัท ในปี 1961

และการผลิต ดิโซโต ถูกยกเลิกในปี ค.ศ.1961 ด้วยข้อยกเว้นเหล่านี้ในแต่ละปีและตลาดที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ ไครสเลอร์ มีตั้งแต่ราคาต่ำสุดไปจนถึงสูงสุดในช่วงปี ค.ศ.1940 ถึง ค.ศ.1970 คือ แวลเยินท์ พลีมัธ ดอดจ์ เดอโซโต ไครสเลอร์ และอิมพีเรียล

บทความโดย ufabet1688