Alpina Current lineup 3

Alpina Current lineup 3 หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านนั้นไปรู้จักกันกับรถยนต์รุ่นอัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ ที่เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ เพราะว่ารุ่นนี้ลูกค้าสามารถที่จะเลือกซื้อแบบรถที่ตัวเองชอบได้

เพราะรถยนต์รุ่นนี้มี 2 แบบก็คือ ซีดาน และ ทัวร์ริ่ง และจะมีความแตกต่างกันพอสมควร ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันต่อกับรถยนต์รุ่นอื่นๆของอัลพิน่า เรื่องราวในวันนี้จะเป็นรถยนต์รุ่นอะไรและน่าสนใจมากแค่ไหน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

Alpina Current lineup 3

Alpina Current lineup 3 เรื่องราวรถยนต์แต่ละรุ่นของอัลพิน่า

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น อัลพิน่า ดี 3 ไบเทอร์โบ

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น อัลพิน่า ดี 3 ไบเทอร์โบ นั้นถูกนำมาโชว์ตัวในงาน ไอเอเอ 2013 และรถยนต์รุ่นนี้นั้นมีต้นแบบมาจาก บีเอ็มดับเบิลยู เอฟ 30 และรถยนต์รุ่น อัลพิน่า ดี 3 ไบเทอร์โบ นั้นจะมีให้เลือกถึง 2 แบบด้วยกัน

นั้นก็คือ แบบทัวร์ริ่ง และ ซะลูน (แปลตรงตัวก็คือรถเก๋งขนาดใหญ่) และรุ่นนี้นั้นจะใส่เครื่องยนต์ดีเซลที่มาพร้อมกับเทอร์โบชาร์จ 2 ตัว ขนาด 3.0 ลิตร และมี 6 สูบด้วยกัน

และรถยนตร์รุ่นอัลพิน่า ดี 3 ไบเทอร์โบนั้นมีกำลังมากถึง 345 แรงม้า และ 700 นิวตันเมตร และยังไมพอในรถยนต์รุ่นนี้ที่เป็นแบบทัวร์ริ่งนั้นจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใส่ เอ็กซ์ไดรฟ์ มาให้

เรื่องราวของรถยนตร์รุ่น อัลพิน่า บี 4 ไบเทอร์โบ

ในรถยนตร์รุ่น อัลพิน่า บี 4 ไบเทอร์โบ นั้นนำออกมาเปิดตัวครั้งแรกที่งานในช่วงปีค.ศ.2014 (ไม่ทราบที่จัดงาน) และรถยนตร์รุ่นนี้นั้นมีต้นแบบมาจาก บีเอ็มดับเบิลยู 435 ไอ

และในรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 4 ไบเทอร์โบ นั้นใส่เครื่องยนต์แบบ 6 สูย เอ็น 55 และรุ่นนี้ถูกปรับเปลี่ยนเทอร์โบชาร์จเจอร์มาใหม่ให้เป็นแบบคู่ และยังมีอินเตอร์คูลเลอร์ที่มีความพิเศษก็คือจะมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 61 เปอร์เซ็นต์จากของเดิม

Alpina Current lineup 3

ก็นำเอารถยนต์มาเป็นต้นแบบนั้นอัลพิน่าไม่ได้ทำตามทั้งหมด แต่ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงที่เป็นแบบใหม่ และแถมด้วยการยกลูกสูบใหม่ทั้งหมด

และจากการที่อัลพิน่านั้นได้ปรับเปลี่ยนหลายอย่างทำให้รถยนตร์รุ่นนี้นั้นมีกำลังถึง 402 แรงม้า และ 601 นิวตันเมตร

ในวันนี้เราพามารู้จักกันกับรถยนต์ 2 รุ่นนี้ก่อนและหากท่านใดสนใจนั้นสามารถไปหาชมและศึกษากันได้นะครับ ในตอนหน้าจะเป็นรถยนต์รุ่นอะไรของอัลพิน่าติดตามต่อได้ในตอนหน้า

บทความโดย จีคลับ

Alpina Current lineup 2

Alpina Current lineup 2 หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับรถยนต์รุ่นที่ชื่อว่า เอ็กซ์ดี 3 และ เอ็กซ์ดี 4 ที่เป็นรถยนต์ที่ได้มีการเปิดตัวพร้อมๆกันที่งานเจนีวามอเตอร์โชว์ ที่จัดขึ้นในช่วงปีค.ศ.2018

แต่รถยนต์รุ่นนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ทั้งแรงม้าและระบบต่างๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวรถยนต์รุ่นอัลพิน่า เอ็กซ์ดี 3-4

ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกันกับรุ่นรถยนต์ของแบรนด์อัลพิน่ากัน ในตอนนี้จะเป็นรถยนต์รุ่นอะไรเอาหละพร้อมแล้วไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina Current lineup 2

Alpina Current lineup 2 เรื่องราวรถยนตร์แต่ละรุ่นอัลพิน่า

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ

หากพูดถึงรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ นั้นรุ่นนี้ถูกทำขึ้นในช่วงมีนาคม ในปีค.ศ.2013 และรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ มีแบบอย่างมาจาก บีเอ็มดับเบิ้ลยู เอฟ 30 335ไอ ที่ในรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ

นั้นจะมีเครื่องยนต์ที่เป็นเครื่อง 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร และตามชื่อเลยคือมี ไบเทอร์โบ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีกำลังของเครื่องยนต์มากกว่า 404 แรงม้า และ 600 นิวตันเมตร และรถยนต์รุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ

นั้นสามารถที่จะเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียงแค่ 4 วินาที และอัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบสามารถทำท็อปสปีดอยู่ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ นั้นเป็นรถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อสามารถที่จะเลือกซื้อได้ ที่จะมีให้เลือกแบบซีดานและทัวร์ริ่ง และ 2 แบบนี้จะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ เอ็กซ์ไดรฟว์

ทางแบรนด์รถยนต์อัลพิน่านั้นได้มีการปรับเปลี่ยนโฉมของภายนอก ในตัวของสปอยเลอร์ที่จะปรับทั้งด้านหลังและด้านหน้า และยังมีการแก้ระบบท่อไอเสียที่ปรับเปลี่ยนเป็นออก 4 ทาง

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina Current lineup 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

และต่อมาในช่วงมีนาคม ค.ศ.2017 ทางแบรนด์อัลพิน่านั้นได้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรุ่น อัลพิน่า บี 3 ไบเทอร์โบ ให้ดียิ่งขึ้นและสามารถดึงแรงม้าของเครื่องยนต์ได้ถึง 434 แรงม้า และจะมีรถยนต์ที่เป็นแบบเดียวกัน

แต่จะมีต้นแบบมาจาก จี20 3 ซีรี่ย์ ที่ในรุ่นแรกนั้นได้ใช้ เอฟ 30 ในรถยนต์รุ่นใหม่นี้นั้นจะใช้เครื่องยนต์ที่แตกต่างกันจากรุ่นและ โดยรุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์ เอส 58 ขนาด 3.0 ลิตร ไบเทอร์โบ อินไลน์ ซิก

ที่มีกำลังของเครื่องยนต์ถึง 456 แรงม้า และ 700 นิวตันเมตร และดูเหมือนว่ารถยนต์รุ่นนี้ที่ทำออกมาใหม่นั้นจะมีกำลังเครื่องมากกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างเช่น บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 3 คอมพิทิชเชิน

บทความโดย ufabet1688

Alpina Current lineup

Alpina Current lineup หลังจากที่ในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปชมกันกับเรื่องราวของแบรนด์อัลพิน่าที่มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่จะเห็นว่าตอนที่แล้วอัลพิน่าได้รับการรับรองแล้ว

แต่ก็ยังคงต้องใช้ชื่อของแบรนด์บีเอ็มในการค้าขายอยู่ และเรื่องของชิ้นส่วนบางอย่างก็ต้องส่งไปที่โรงงานของแบรนด์บีเอ็มเพื่อช่วยทำและส่งกลับมา ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ความแตกต่างของอัลพิน่า

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันกับรถยนต์แต่ละรุ่นของแบรนด์อัลพิน่ากัน ว่าแต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างยังไง เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

Alpina Current lineup

Alpina Current lineup เรื่องราวของรถยนต์แต่ละรุ่นอัลพิน่า

เรื่องราวรถยนต์รุ่นอัลพิน่า เอ็กซ์ดี 3

รถยนต์รุ่น อัลพิน่า เอ็กซ์ดี 3 นั้นได้เปิดตัวครั้งแรกใน งานเจนีวามอเตอร์โชว์ ในช่วงปีค.ศ.2018 รุ่นเอ็กซ์ดี 3 ในมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล บี 57 อินไลน์-ซิก เครื่องยนต์ตัวนี้มีการปรับเปลี่ยนใหม่

อัลพิน่านั้นได้ทำให้ฝั่งของคนขับอยู่ทางฝั่งซ้ายที่มาพร้อมกับเทอร์โบถึง 4 แบบ เครื่องยนต์ของรุ่นเอ็กซ์ดี 3 นั้นมีกำลังของเครื่องมากถึง 383 แรงม้า และ 770 นิวตันเมตร เอ็กซ์ดี 3 สามารถเร่งเครื่องจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.6 วินาที

และท็อปสปีดของรุ่นเอ็กซ์ดี 3 ทำความเร็วสูงสุดถึง 266 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเอ็กซ์ดี 3 ในรุ่นที่ขับทางขวานั้นจะมาพร้อมกับ ไบเทอร์โบ ที่มีกำลังเครื่องอยู่ที่ 328 แรงม้า และ 700 นิวตันเมตร

รุ่นนี้สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และท็อปสปีดของรุ่นนี้จะอยู่ที่ 254 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในสองรุ่นนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย

Alpina Current lineup

เรื่องราวรถยนต์รุ่นอัลพิน่า เอ็กซ์ดี 4

ในรุ่นของอัลพิน่าเอ็กซ์ดี 4 นั้นเปิดตัวพร้อมกันกับ เอ็กซ์ดี 3 นั้นก็คือในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ในช่วงปีค.ศ.2018 ที่ทางแบรนด์อัลพิน่าได้ใส่เครื่องยนต์ดีเซล บี 57 เหมือนกันกับ เอ็กซ์ดี 3 แต่ในรุ่นเอ็กซ์ดี 4

นั้นจะมีเทอร์โบชาร์จเจอร์ถึง 4 ตัวด้วยกัน และรุ่นนี้มีกำลังอยู่ที่ 382 แรงม้า และ 568 นิวตันเมตร ในรถยนต์รุ่นเอ็กซ์ดี 4 จะเป็นรูปแบบเอสยูวีที่ใช้น้ำมันดีเซล ที่ทางแบรนด์ได้บอกว่าเป็นรถเอสยูวีที่เป็นเครื่องดีเซลที่สามารถทำความเร็วได้มากที่สุด

และรถยนต์รุ่น เอ็กซ์ดี 4 สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.6 วินาที และท็อปสปีดของเอ็กซ์ดี 4 อยู่ที่ 268 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเอ็กซ์ดี 4 นั้นจะวางขายในตลาดที่เป็นรถเฉพาะ

บทความโดย จีคลับ

Alpina Brand distinctions

Alpina Brand distinctions หลังจากที่เราได้พักเรื่องราวของแบรนด์อัลพิน่ากันไป และพาทุกท่านไปรู้จักกันกับรถยนต์รุ่นคลาสสิกของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เป็นรุ่นดับเบิ้ลยู 210 ที่จะมีความนิยมมากในเมืองไทยที่จะเห็นว่ามีคนใช้กันอยู่เยอะมาก

และรถยนต์รุ่นนี้ยังใช้งานได้ดีและว่ากันว่าพังยากมากทั้งอึดและถึก ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวเครื่องยนต์รุ่นดับเบิ้ลยู 210

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันกับความแตกต่างของแบรนด์อัลพิน่าว่าจะต่างจากแบรนด์อื่นๆยังไง เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina Brand distinctions

Alpina Brand distinctions ความแตกต่างของแบรนด์

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ความแตกต่างของแบรนด์อัลพิน่า

หากพูดถึงความแตกต่างของแบรนด์อัลพิน่านั้นต้องย้อนกลับไปในช่วงปีค.ศ.1983 แบรนด์อัลพิน่าได้ถูกยอมรับหรือว่าถูกรับรองจากกระทรวงคมนาคมแห่งสหพันธรัฐเยอรมัน

เหมือนกับว่าเป็นการยืนยันว่านี้เป็นแบรนด์ที่ผลิตรถยนต์ที่มีมาตราฐานนะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ทางแบรนด์อัลพิน่ายังคงต้องใช้ชื่อของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู และหลังจากที่แบรนด์อัลพิน่าได้รับการรับรองแล้วทำให้แบรนด์อัลพิน่าสามารถใช้ชื่อแบรนด์ตัวเองได้

แต่ต่อให้แบรนด์อัลพิน่าได้รับการรับรองแล้วแต่ก้ยังคงอยู่ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูอยู่ดี เพราะว่าอัลพิน่าต้องให้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูรับรองรถยนต์ให้อยู่ในบางที่

และเรื่องของความแตกต่างของแบรนด์อัลพิน่านั้นก็คือเรื่องของโมเดลหรือน่าจะเป็นตัวถัง ที่ทางแบรนด์อัลพิน่านั้นผลิตเอง แล้วผลิตเองมันแตกต่างยังไงหละ?

ก็คือทางแบรนด์ต้องผลิตเองก็แปลว่าโมเดลนั้นทำขึ้นด้วยมือ และคนก็จะสงสัยว่าผลิตเองทำด้วยมือแล้วมันดียังไงละ? การที่แบรนด์ทำขึ้นเองจากมือนั้นจะมีความละเอียดอ่อนมากกว่า

แต่บางครั้งแบรนด์ก็ต้องมีการจูนเครื่องยนต์ด้วย บางครั้งแบรนด์อัลพิน่าก็ต้องส่งไปที่โรงงานของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู เพื่อที่จะให้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูทำเรื่องของเครื่องยนต์และเรื่องของตัวถังให้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina Brand distinctions

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เหมือนกับการเช็คความละเอียด และทางแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูพอเสร็จงานก็จะส่งกลับไปที่โรงงานของอัลพิน่า และทางแบรนด์อัลพิน่าก็จะนำเอามาประกอบด้วยมือต่อ

เหมือนว่าอัลพิน่าส่งไปให้บีเอ็มเพื่อที่จะประหยัดเวลาการผลิตให้น้อยลงนั่นเอง และหลังจากที่แบรนด์อัลพิน่าได้รับของจากบีเอ็มแล้ว อัลพิน่าก็จะนำมาประกอบ

และประกอบภายในที่จะเป็นชิ้นส่วนที่มีรูปแบบที่มีความเฉพาะของแบรนด์อัลพิน่า เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ติดตามตอนต่อไป

บทความโดย ufabet1688

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Benz E-Class W210 Part 2

Benz E-Class W210 Part 2 หลังจากในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับรถยนต์ของแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น ดับเบิ้ลยู 210 ที่เป็นรถยนต์รุ่นที่ถึกทนที่มีช่วงล่างที่แน่น

เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยถึงเรื่องความทนทาน และความเป็นคลาสสิกที่ยังคงใช้ได้อยู่ในปัจจุบันไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น ประเทศต่างๆก็ยังมีความนิยมเช่นกัน

ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก การออกแบบดับเบิ้ลยู 210 ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชมกันกับเรื่องของสมรรถนะของรถยนต์รุ่นนี้กัน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันเลย

Benz E-Class W210 Part 2

Benz E-Class W210 Part 2 เรื่องราวต่างๆของดับเบิ้ลยู210

เรื่องราวเครื่องยนต์รุ่นดับเบิ้ลยู 210

ต้องบอกก่อนว่าตอนที่มีการทำรถยนต์รุ่นดับเบิ้ลยู 210 ออกมานั้นเป็นครั้งแรกของแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยที่มีการใช้เครื่องยนต์ วี 6 (รุ่นปี1998) หลังจากที่แต่ก่อนนั้นแบรนด์ได้มีการใช้เครื่องยนต์ในรูปแบบ 6 สูบ

ที่ใช้ในช่วงปีพ.ศ.2538-พ.ศ.2540 และเครื่องยนต์ที่ได้มีการนำเอามาใช้งานในรถยนต์รุ่นนี้ก็คือเครื่องยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็ม 112 ที่เป็นเครื่องตัวใหม่ที่มีกำลังของเครื่องถึง 165 กิโลวัตต์ หรือ 221 แรงม้า

ถือได้ว่าแรงมาก แรงกว่ารถยนต์รุ่นใหม่ๆในปัจจุบันบางรุ่นสักอีก และสามารถทำแรงบิดได้อยู่ที่ 315 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์นี้สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ หรือ 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 6.9 วินาที

และรถยนต์รุ่นดับเบิ้ลยู 210 ยังมีอยู่หลายเวอร์ชั่นด้วยกัน อย่างเช่น อี 430 (ค.ศ.1998-ค.ศ.2002) อี 420 (ค.ศ.1997) และ อี 55 เอเอ็มจี (ค.ศ.1999-ค.ศ.2002) รุ่นนี้จะมีกำลังเครื่องยนต์ถึง 260 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 349 แรงม้า

ถือได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงมาก และยังมีเคื่องที่ไว้ดูดควันเสียของรถยนต์ที่มาในแบบปกติ 5.4 ลิตร เพราะในต่างประเทศเคร่งเรื่องของควันเสียมากบางรัฐอาจจะสามารถใช้ได้แต่บางรัฐนั้นจะห้ามนำรถยนต์เข้าเลย

Benz E-Class W210 Part 2

เพราะอาจจะทำให้สภาพอากาศของรัฐนั้นเสีย และที่ในอเมริกาเหนือนั้นจะมีรุ่นที่ยังเป็นเครื่องยนต์ดีเซลอยู่ถึง 2 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกก็คือ รุ่นที่ไม่มีเทอร์โบชาร์จใส่มาให้ (พ.ศ.2539-พ.ศ.2540)

และรุ่นที่มีเทอร์โบชาร์จใส่มาก (พ.ศ.2541-พ.ศ.2542) และในช่วงปีพ.ศ.2542 ทางแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ทำการปิดโรงงานเกี่ยวกับดีเซลที่อยู่ในคลาส อี

ทั้งในอเมริกาเหนือ และโซนยุโรป ทำให้รถยนต์รุ่นหลังๆนั้นเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ดีเซลมาเป็น คอมมอนเรล หรือตัว ซีดีไอ นั้นเอง และเป็นคอมมอนเรลที่มีคุณภาพสูงด้วย

บทความโดย จีคลับ

Mercedes-Benz E-Class (W210)

Mercedes-Benz E-Class (W210) หลังจากในตอนที่แล้วเราได้พาทุกท่านไปชมกันกับเรื่องราวของ อัลพิน่า ที่เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มาจากประเทศเยอรมนี ที่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความน่าสนใจมากอีกแบรนด์หนึ่ง

และในตอนนี้เราจะของพักเรื่องราวของแบรนด์อัลพิน่าไว้ก่อน ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านในตอนที่แล้ว สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวแบรนด์อัลพิน่า

และในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของรุ่นรถยนต์ที่มีความคลาสสิคอีกรุ่นหนึ่งนั้นก็คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส รุ่น ดับเบิ้ลยู210 ที่เป็นรุ่นที่มีความคลาสสิคและในประเทศไทยจะเห็นได้บ่อยมาก เอาหละหากพร้อมกันแล้วละก็ไปชมกันได้เลย

Mercedes-Benz E-Class (W210)

Mercedes-Benz E-Class (W210) รถยนต์รุ่นคลาสสิค

เรื่องราวของรถยนต์ดับเบิ้ลยู 210 การออกแบบและการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่

ในตอนที่ดับเบิ้ลยู 210 ได้ออกมานั้นได้มีการทำรถยนต์ที่เป็นทรง คูเป้ คอนเซปต์ ออกมา และรวมถึง ดับเบิ้ลยู 210 อีคลาส ในตอนนั้นได้มีเรื่องราวในการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ในปีค.ศ. 1993 ที่ประเทศเยอรมนี

และอีกที่หนึ่งก็คือที่ประเทศอเมริกา ในช่วงวันที่ 25 สิงหาคม ปีค.ศ.1993 และหลังจากนั้นผู้มีสิทธิ์ก็ได้ทำการจดสิทธิ์ที่เป็นคนออกแบบในรุ่น ดับเบิ้ลยู 210 ที่เป็นโฉมที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ (ซึ่งออกแบบในปีค.ศ.1997)

ในรุ่น ดับเบิ้ลยู 210 รุ่นปี 2000 ในรุ่นนี้ระบบมัลติฟังก์ชั่นต่างของรุ่นนี้จะถูกเอามารวมที่ควบคุมไว้ที่พวงมาลัย และในเรื่องของสถานะต่างๆก็จะถูกใส่ไว้ที่หน้าปัด ไม่ว่าจะเป็น ตัวแสดงความเร็ว

การปรับและการควบคุมพวงมาลัย และระบบที่ทันสมัยอย่าง เสียง ตัวแสดงเส้นทาง และโทรศัทพ์ ในช่วงปีนั้นถือว่าทันสมัยมากๆ และในรุ่นนี้จะมีระบบเกียร์อยู่ที่ 5 สปีด และจะมีตำแหน่งต่างๆโชว์อยู่

Mercedes-Benz E-Class (W210)

ที่จะเป็นระบบที่เปลี่ยนเป็นควบคุมเกียร์เอง ในตอนนั้นในท้องตลาดรถยนต์เรียกกันว่า ทัช ชิฟท์ ระบบนี้จะเป็นระบบที่มีความทันสมัยที่มาในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบนี้จะมาแทนที่ของ เกเทิด ชิฟท์ ที่ถูกใช้ในรุ่นก่อนๆหน้า

ในบอดี้ภายนอกที่จะถูกเปลี่ยนใหม่เกือบหมด และมีการเปลี่ยนออกมาในลักษณะที่มีความคล้ายกันกับ ซีแอลเค ในส่วนกันชนก็มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นโฉมใหม่ ตัวถัง และไฟท้ายที่มีความคมขึ้น

รวถึงกระโปรงหลังก็ถูกแก้ไขเหมือนกัน ในช่วงที่มีการผลิตดับเบิ้ลยู 210 ออกมานั้น จะมีรุ่นที่เป็นรุ่นที่พิเศษอย่างรุ่น อี 320 อี 430 ที่ในรุ่นนี้จะมีอยู่สองสีด้วยกันก็คือ เงินควอทซ์ ที่เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาน้อย และสีดำออบซิเดียน ที่จะใส่ไฟไฟซีนอนมาให้ในตัว

บทความโดย ufabet1688

Alpina

Alpina หลังจากในตอนที่แล้วที่เราได้พาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์อย่าง อาร์เตกา ในตอนที่แล้วทุกท่านจะได้รู้จักกันกับรุ่นของรถยนต์แบรนด์ อาร์เตกา นั้นก็คือรุ่น อาร์เตกา คาโร

และ รุ่น สกาโล ซูเปอร์เอเลตรา ที่เป็นรุ่นรถยนต์ล่าสุดของแบรนด์อาร์ตาเกที่น่าสนใจและน่าใช้งานมาก หลังๆแบรนด์อาร์ตาเกได้ทำเกี่ยวกับรถไฟฟ้าออกมา ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก รถยนต์รุ่นต่างๆอาร์เตกา

ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกันกับแบรนด์ที่มาจากชาติเดียวกับอาร์เตกานั้นก็คือ อัลพิน่า แบรนด์นี้จะน่าสนใจมากแค่ไหน เอาหละไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina

Alpina แบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมนีที่น่าสนใจ

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ประวัติความเป็นมาของแบรนด์ อัลพิน่า

หากจะพูดถึงการเริ่มต้นของแบรนด์รถยนต์อย่าง อัลพิน่า ที่เป็นแบรนด์ที่มีอายุพอสมควรต้องเริ่มกันที่ในช่วงปีค.ศ.1962 ที่เป็นปีที่แบรนด์อัลพิน่าได้ถือกำเนิดขึ้น แบรนด์อัลพิน่าถูกสร้างขึ้นโดย เบอร์การ์ด โบเวนซีเพน

เบอร์การ์ด โบเวนซีเพน เขาเป็นคนที่เคยทำงานให้กับทางแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู (ตั้งแต่ในตอนที่แล้วจะมีคนมาจากแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูหลายคน) ในตอนนั้น เบอร์การ์ด โบเวนซีเพน เขาได้มีผลงานในการพพัฒนา

เวเบอร์ คาร์บูเรเตอร์คู่ ที่จะใช้กับรถยนต์ของแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู ในรุ่น บีเอ็มดับเบิลยู 1500 แล้วคาร์บูที่ เบอร์การ์ด โบเวนซีเพน เป็นคนพัฒนาได้เสียงตอบรับอย่างดีและเป็นที่สนใจมากของสื่อเรื่องรถยนต์

ที่นั้นตอนนั้นก็จะมี พอล จี. ฮาห์นามันน์ ที่เป็นหัวหน้าด้านการขายที่มีชื่อเสียงของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู ในช่วงปีค.ศ.1964 ในปีนี้ทางแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู ได้มีการออกมารับรองสินค้าของแบรนด์ อัลพิน่า

ดูเหมือนว่าตอนนั้นทางแบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู จะมีการใช้ระบบของแบรนด์ อัลพิน่า ด้วย และยังได้รับรางวัล และทำให้แบรนด์อัลพิน่าถูกยอมรับมากขึ้น หลังจากนั้นแบรนด์ อัลพิน่า เบอร์การ์ด โบเวนซีเพน เคจี

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Alpina

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปีพ.ศ.2508 ในวันที่ 1 มกราคม ที่แบรนด์จะตั้งอยู่ที่ รัฐบาวาเรีย ในเมือง เคาฟ์บ็อยเริน ที่ประเทศ เยอรมนี และในตอนนั้นบริษัทอัลพิน่ามีพนักงานอยู่เพียงแค่ 5 คนเท่านั้น

ในตอนที่แบรนด์อัลพิน่าได้ถือกำเนิดแบรนด์อัลพิน่าไม่ได้ทำรถยนต์ตั้งแต่แรก แต่ตอนนั้นทางแบรนด์จะผลิตเครื่องพิมด์ดีดออกมาเท่านั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานดูเหมือนว่า

ในช่วงปีค.ศ.1960 ทางแบรนด์ก็ได้มีการหยุดพักไปเพราะว่าในช่วงนั้นแบรนด์คิดที่จะเข้าไปตีตลาดเกี่ยวกับสิ่งทอ และในปีพ.ศ.2508 เบอร์การ์ดได้มาเอาดีด้านการแต่งรถของแบรนด์บีเอ็มโดยเฉพาะ หลังจากนั้นดูเหมือนว่าแบรนด์อัลพิน่าจะได้กำไรและเงินทุนมาพอสมควร

บทความโดย จีคลับ

Artega Automobile Models 3

Artega Automobile Models 3 หลังจากที่ในตอนที่เเล้วเราได้พาไปรู้จักกันกับรถยนต์รุ่นเอสอีเเละสกาโล ที่เป็นรุ่นรถยนต์ที่มีต้นเเบบมาจากรถยนต์รุ่นเเล้วของเเบรนด์นั้นก็คือ รุ่นจีที 

เเละรูปลักษณ์ของรถยนต์เเต่ละรุ่นก็สวยเเละน่าใช้งาน ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก รถยนต์แต่ละรุ่นของอาร์เตกา วันนี้จะเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องราวเเบรนด์อาร์เตกา (หรือเปล่า?)

เราได้เตรียมรถยนต์รุ่นที่น่าสใจของเเบรนดฺอาร์เตกามาให้เเล้ว เอาหละพร้อมเเล้วไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 3

Artega Automobile Models 3 รถยนต์รุ่นต่างๆในเเบรนด์อาร์เตกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น คาโร

ในรถยนต์รุ่น อาร์เตก้า คาโร เป็นรถยนต์อีกรุ่นที่ได้เปิดไปพร้อมกันกับรถยนต์รุ่น สกาโล บอกได้เลยว่าทั้งสองรุ่นนี้อยู่ข้างๆกันเลย ในงานแฟรงค์เฟิร์ตออโต้โชว์ ปีค.ศ.2015 อาร์เตก้า คาโรเป็นรถยนต์ที่มีลักษณะที่น่ารักมาก

และเช่นเคยอาร์เตก้า คาโรได้ใส่มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนมาด้วย รถยนต์รุ่น อาร์เตก้า คาโร จะมีความคล้ายกันกับรถยนต์รุ่น เอทีวี ควอด ด้วยความที่รถยนต์รุ่น อาร์เตก้า คาโร เป็นรถที่มีขนาดที่เล็กจะสามารถบรรทุได้เพียงแค่คนขับ

และเพียงแค่คนนั่งอีกหนึ่งคนเท่านั้น อาร์เตก้า คาโร ที่มีความเล็กแต่ถ้าหากเทียบแล้วอาร์เตก้า คาโรสามารถที่จะจุแบตเตอรี่เข้าไปได้ถึง 5.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง ถือได้ว่าเยอะอยู่พอสมควร

และที่เจ๋งสำหรับรถรุ่นอาร์เตก้า คาโรนั้นก็คือ จริงๆแล้วอาร์เตก้า คาโรนั้นจะสามารถขับได้ถึงสามรูปแบบเลยทีเดียว แต่อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนขับด้วยว่ามีความสามารถในการขับขี่มากแค่ไหน อาร์เตก้า คาโร

จะมีมอเตอร์ในการทำงานถึงสามแบบด้วยกันและแต่ละแบบนั้นจะมีกำลังที่แตกต่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่น รุ่น17 กิโลวัตต์ รุ่นนี้จะมีน้ำหนักของรถยนต์เพียงแค่ 319. กิโลกรัม

และสามารถที่จะเร่งความเร็วจาก 0-80 ได้ภายใน 4.5 วินาทีเท่านั้น และทางแบรนด์ยังมีการติดตั้งระบบชาร์จมือถือแบบไร้สายมาให้ในรถและระบบเครื่องเสียงที่จะสามารถถอดออกหรือติดเข้าไปก็ได้

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 3

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น สกาโล ซูเปอร์เอเลตรา

ในรถยนต์รุ่น สกาโล ซูเปอร์เอเลตรา เป็นรุ่นที่ได้นำเอาไปเปิดตัวที่งานเจนีวา ออโต้โชว์ 2017 ในรถยนยต์รุ่นนี้เหมือนกับเป็นการถอดแบบจากสกาโลรุ่นก่อนๆ

แน่นอนว่าถ้าเป็นรุ่นนี้จะต้องมีน้ำหนักที่เบาและมีระบบเคลื่อนไฟฟ้า รถยนต์รุ่นนี้จะออกแบบโดย คาร์โรซเซอเรีย ทัวร์ริ่ง ซูเปอร์เอเลตรา ด้วยเหตุผลนี้ถึงทำให้รุ่นนี้มีคำว่า ซูเปอร์เอเลตรา ต่อท้ายชื่อรุ่น

บทความโดย ufabet1688

Artega Automobile Models 2

Artega Automobile Models 2 จากในตอนที่แล้วเราได้พาไปชมกันกับรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่เป็นรถยนต์คูเป่สปอร์ตที่ทางแบรนด์อาร์เตกาได้ทำออกมาในรูปแบบห้องโดยสารสองที่นั่ง

และเป็นรถยนต์ที่ทำออกมาในรูปแบบที่แข็งแรงทนทานแน่นอน เพราะทางแบรนด์ได้ใช้ อะลูมิเนียมสเปซเฟรมและยังมีการเสริมคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปอีกด้วย ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก เรื่องราวของ อาร์เตกา จีที

ในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของรถยนต์รุ่นไหนและรุ่นนั้นจะน่าสนใจมากแค่ไหน เอาหละพร้อมแล้วไปชมกันได้เลย

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 2

Artega Automobile Models 2 รถยนต์แต่ละรุ่นของอาร์เตกา

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น เอสอี

ในรถยนต์ที่แบรนด์อาร์เตกาทำออกมาในรุ่น เอสอี นั้นเป็นรุ่นที่มีต้นแบบมาจากรุ่น อาร์เตกา จีที แต่ที่แตกต่างกันน่าจะมีอยู่พอสมควร อย่างเรื่องของโครงรถที่ทางแบรนด์ยังคงใช้วัสดุเป็น อะลูมิเนียมแบบสเปซเฟรม อยู่

แต่ในตัวถังจะแตกต่างจากรุ่น จีที ที่มีการเสริม คาร์บอนไฟเบอร์ เข้าไป แต่เอสอีใช้เป็นตัวถังแบบพื้นฐานเท่านั้น แต่ในรถยนต์รุ่นเอสอีมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนที่ใส่มาคู่หนึ่ง

และมีกำลังมากถึง 375 แรงม้า ในรุ่นเอสอีนั้นใช้เป็นรถยนตืที่ใช้ไฟฟ้าและจะมีการเก็บพลังงานไว้ใช้งานในแบตเตอรี่ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีและมีน้ำหนักเพียง 310 กิโลกรัม

และสามารถที่จะเก็บไฟที่จะนำไปใช้ได้ถึง 37 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และในรถยนต์รุ่น เอสอี จะมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นต้นแบบอย่าง จีที และรุ่นนี้มีน้ำหนักถึง 1.4 กิโลกรัม

แต่ในรุ่นเอสอีนั้นสามารถที่จะทำความเร็วได้มากกว่าอยู่ประมาณหนึ่ง รุ่นเอสอีสามารถทำความเร็วได้อยู่ที่ 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ในความเร็วนี้ต้องขึ้นอยู่กับคนที่อยู่หลังพวงมาลัยด้วย และทางแบรนด์ได้ออกมาบอกราคาอยู่ที่ 212,500 ดอลลาร์ หรือ 150,000 ยูโร

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

Artega Automobile Models 2

🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎 🏎

เรื่องราวของรถยนต์รุ่น สกาโล

ในช่วงปีค.ศ.2015 ที่ในงาน งานแฟรงค์เฟิร์ตออโต้โชว์ ทางแบรนด์ อาร์เตกา ได้มีการนำเอารถยนต์รุ่น สกาโล ออกมาโชว์ รถยนต์รุ่นสกาโลเป็นรุ่นที่มีการนำเอารถยนต์รุ่น เอสอี มาทำใหม่

และทางแบรนด์ อาร์เตกา ได้บอกว่าเป็นการส่งต่อรุ่นจีทีจากรุ่นสู่รุ่น และรถรุ่นสกาโลยังมีการใส่มอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนเดิม แต่ในรุ่นสกาโลจะใช้กำลังจะมอเตอร์ที่มีชื่อว่า โวลตาบ็อกซ์ ที่ทางแบรนด์ในใส่มาให้ถึงสองตัวด้วยกัน

และทำให้รุ่นสกาโลสามารถวิ่งได้มากถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่นเคยว่าแบตเตอรี่ที่ทางแบรนด์ได้ทำการใส่มาต้องทำการระบายความร้อนได้ดี

เช่นเคยในรุ่นสกาโลเหมือนกับเอสอีที่สามารถเก็บพลังงานได้อยู่ที่ 37 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง แต่ในรุ่นสกาโลจะมีลิเธียมไอออนที่มีการเก็บและพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และที่มาของชื่อรุ่นนี้ก็มาจากม้าแข่ง

บทความโดย จีคลับ

Artega Automobile Models

Artega Automobile Models หลังจากที่ได้ไปรู้จักกันกับแบรนด์รถยนต์จากประเทศเยอรมันนีอย่าง อาร์เตกา ออโต้โมบิวส์ ทางแบรนด์ได้มีการร่วมมือกันกับแบรนด์โทรโนโลยีอย่าง บริษัทพารากอน

ที่ได้เข้ามาช่วยทำเกี่ยวกับระบบของรถแต่ละรุ่น อย่างรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่ได้ออกมาโชว์ครั้งแรกที่งาน แฟรงก์เฟิร์ต ออโต้โชว์ 2007 ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน สามารถกลับไปอ่านได้ที่ คลิก ประวัติแบรนด์อาร์เตกา

ในวันนี้เราจะพาไปชมกันกับรถยนต์แต่ละรุ่นของแบรนด์นี้กันว่าจะเป็นยังไง เอาหละไปชมกันได้เลย

Artega Automobile Models

Artega Automobile Models รถยนต์แต่ละรุ่นของอาร์เตกา

เรื่องราวของ อาร์เตกา จีที

รถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที ที่เป็นรถยนต์ที่ทำออกมาในรูปแบบ คูเป้ ฮาร์ดท็อป ที่จะเป็นรถยนต์ที่มีเพียงสองที่นั่ง และส่วนของเครื่องยนต์นั้นถูกนำเอาไปวางหลัง และมีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

ตัวรถยนต์รุ่นนี้ทำมาจากอะลูมิเนียมสเปซเฟรม และยังมีการเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ที่ตัวถังด้วย และยังมีเรื่องของระบบกันสะเทือนที่มาพร้อมกันกับหน้าและหลังในแบบ เอร์อาร์ส

และยังมีการออกแบบมาให้ไม่เท่ากันและมีแดมเปอร์คอยล์โอเวอร์ด้วย ทางด้าน ฮาร์ดี้ เอสเซ่ ที่เคยเป็นพนักงานของทางแบรนด์ปอร์เช่ ได้เข้ามาออกแบบเครื่องกลของรถยนต์รุ่นนี้

และยังมี เฮนริก ฟิสเกอร์ ที่เคยเป็นคนที่ออกแบบ แอสตัน มาร์ติน ดีบี 9 ได้มาช่วยในการออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ มาถึงเรื่องเครื่องยนต์ที่ได้ใช้เครื่องของ โฟล์คสวาเก้น วีอาร์ 6 ที่มีขนาดอยู่ที่ 3598 ซีซี

ที่เป็นแบบหัวฉีดที่ยิงตรง แน่นอนว่ารุ่นจีทีคนส่วนมากรู้จักกันว่าต้องเป็นรุ่นสปอร์ต และเครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ได้ถูกวางไว้ข้างหลังคนขับที่วางขวางไว้ด้านหลัง และมีแรงม้าถึง 300 แรงม้า

Artega Automobile Models

เวลาใช้งานกำลังของเครื่องยนต์จะถูกนำผ่านทรานแซกซ์ ที่เป็น โฟล์คสวาเก้น ดีเอสจี ที่มาถึง 6 สปีด และรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีที น้ำหนักของรถยนต์เปล่าๆนั้นมีน้ำหนักเพีบงแค่ 1.1 กิโลกรัม

ทางแบรนด์อาร์เตกาได้ออกมาบอกว่ารถยนต์รุ่นจีทีสามารถทำความเร็วจาก 0-100 โดยใช้เวลาน้อยกว่า 5 วินาทีแน่นอน และความเร็วสูงสุดที่อาร์เตกา จีทีสามารถทำได้จะอยู่ที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สุดท้ายที่ประเทศเยอรมันนีรถยนต์รุ่น อาร์เตกา จีทีขายอยู่ที่ 1.04 แสนดอลลาร์ หรือ 74948 ยูโร ราคานี้รวมภาษีแล้วแต่เป็นที่เยอรมันนะครับ ในตอนหน้าเราจะพาไปชมกันกับรถยนต์รุ่นอื่นๆของแบรนด์กันต่อ

บทความโดย ufabet1688